ใบอนุญาต 11/07420
admin@sdty-tour.com     02-2352534 , 02-2352535 , 02-2352636 , 085-5039888     จันทร์-ศุกร์ 8:30-17:30 น

ทัวร์จีน Grand ทิเบต

ช่วงเวลาการเดินทาง

ช่วงวันที่เดินทาง: ผู้ใหญ่
26 พ.ค. 2562 - 02 มิ.ย. 2562 55,900 บาท 55,900 บาท 61,400 บาท จอง
02 มิ.ย. 2562 - 09 มิ.ย. 2562 55,900 บาท 55,900 บาท 61,400 บาท จอง
20 ก.ย. 2562 - 27 ก.ย. 2562 67,900 บาท 67,900 บาท 77,400 บาท จอง
18 ต.ค. 2562 - 25 ต.ค. 2562 67,900 บาท 67,900 บาท 77,400 บาท จอง

รายละเอียดการเดินทาง

  •   วันแรก กรุงเทพฯ - เฉิงตู (ประเทศจีน)

     14.30 น.      พบกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน S ประตู 9 สายการบินเสฉวนแอร์ไลน์ (3U)เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกทางด้านสัมภาระและเอกสารการเดินทางก่อนขึ้นเครื่อง กระเป๋าใบใหญ่โหลด 23 กิโลกรัมต่อท่าน ท่านละ 1 ใบเท่านั้น (โปรดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด)

    17.30 น.      ออกเดินทางสู่ กรุงเฉิงตู โดยสายการบิน เสฉวนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 3U 8146
    22.00 น.      ถึง ท่าอากาศยานเฉิงตู ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหมิน ใจกลางมณฑล มีภูมิประเทศรายรอบไปด้วยเทือกเขา และมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีฤดูร้อนที่อบอุ่น ฤดูหนาวที่ไม่หนาวนัก ประชากรเมืองเฉิงตูมีราว 10 ล้านคน จัดเป็นอันดับ 3 ของประเทศจีน ในปัจจุบันเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร และด้านการศึกษาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้   
    ที่พักทางสายการบินเป็นผู้จัดให้ใกล้สนามบิน
        พักค้างคืน ณ CHENGDU XIANG YU HOTEL หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สอง เฉิงตู - ลาซา (เขตปกครองตนเองทิเบต) - พระราชวังฤดูร้อนโหลวปูหลินคา

     เช้า             ไม่มี บริการอาหาร จ่ายเงินสด 30 หยวนต่อท่าน บริการตัวท่านเองภายในสนามบินเพื่อความสะดวกในการเช็คอิน

    08.35 น.       ออกเดินทางสู่เมืองลาซา เขตการปกครองตนเองทิเบต โดยสายการบิน เสฉวนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 3U8697
    10.55 น.      เดินทางถึงสนามบินก่งก่า นครลาซา เมืองหลวงของทิเบต เป็นดินแดนสวรรค์บนฟ้าที่เรียกขานกันว่า “หลังคาโลก” ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3,650 เมตร ออกซิเจนที่ลาซาจึงค่อนข้างจะบางเบา ปัจจุบันเป็นทิเบตเป็นเขตปกครองตนเองเทียบเท่ามณฑลหนึ่งของประเทศจีน
     
    ในปี ค.ศ. 1951 ทางประเทศจีนได้ใช้กำลังทหารจากเมืองเฉิงตูบุกเข้ายึดครองทิเบต ทำให้องค์
     
    ดาไลลามะ ต้องอพยพออกจากทิเบตพร้อมด้วยผู้ติดตามอีกประมาณ 5 หมื่นคนและได้ไปตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ของตนเองในประเทศอินเดียและเนปาล
    เที่ยง      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    บ่าย             ชม เมืองลาซา เมืองหลวงของทิเบต ดินแดนหลังคาโลกซึ่งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,650 เมตร มีแม่น้ำยาลูจ้างปู้เจียงไหลผ่าน       เชื่อกันว่าบรรพบุรุษชาวทิเบตเป็นชนเผ่าเร่ร่อนในเขตเอเชียกลางที่อพยพย้ายถิ่นเข้ามา กษัตริย์ทิเบตองค์แรกมีพระนามว่า “นยาตรีเชนโป” ในปี ค.ศ. 1720 จีนเริ่มแผ่อำนาจเข้ามาทิเบต ในปลายศตวรรษที่ 19 อังกฤษเริ่มเข้าแทรกแซงทิเบตรวมถึงรัสเซีย จนจีนมีการปฏิวัติวุ่นวายและเมื่อจีนสามารถตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ในปี ค.ศ. 1949 ในปีถัดไปจีนก็บุกทิเบตทันที หลายปีผ่านมาทางการจีนยอมคืนเสรีภาพให้ชาวทิเบตในระดับหนึ่ง ชาวทิเบตยังคงก่อการประท้วงเรื่อยมาแต่ทางการจีนก็ปราบปรามอย่างหนักทุกครั้ง นำท่านไปชม พระราชวังฤดูร้อนโหลวปูหลินคา สร้างในปี ค.ศ. 1750 โดยองค์ดาไลลามะที่ 7 และทุกรัชกาลจะสร้างต่อเติมขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพระราชวังฤดูร้อนที่สวยงามสมบูรณ์ พระราชวังแห่งนี้สร้างติดกับแม่น้ำลาซาเพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อนขององค์ดาไลลามะผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวทิเบต ดาไลลามะองค์ปัจจุบันที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศเคยกล่าวว่า ท่านพอใจที่จะพักอยู่ในพระราชวังฤดูร้อนที่สวยงามแห่งนี้มากกว่าพำนักอยู่ที่พระราชวังโปตาลาที่อับทึบ
    เย็น              บริการอาหารเย็นณ ภัตตาคาร
    พักค้างคืน ณ BRAHMAPOTRA HOTEL หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สาม ลาซา - พระราชวังโปตาลา - วัดเซรา - วัดโจคัง - ถนนแปดเหลี่ยม

     เช้า             บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

    จากนั้น        นำท่านชม พระราชวังโปตาลา สร้างขึ้นในต้น ศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ซองตันกัมโป (Songtsan Gampo)โดยสร้างเพื่อใช้เป็นที่ประทับขององค์หญิงเหวินเฉิง จากราชวงศ์ถังที่เดินทางมาเพื่อแต่งงานกับกษัตริย์ ต่อมาพระราชวังถูกทำลายลงเกือบหมดในระหว่างสงคราม จนมาถึงค.ศ.ที่ 17 ในสมัยของดาไลลามะองค์ที่ 5 ได้เริ่มบูรณะปฏิสังขรณ์ และดำเนินการมา ตลอดในทุกสมัยของดาไลลามะแต่ละองค์ จนปี ค.ศ.1645 จึงเสร็จสมบูรณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน พระราชวังโปตาลา ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 3,756 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ประมาณ 3.6 แสนตารางเมตร โครงสร้างหลักทำด้วยไม้และหิน คือกำแพงสร้างด้วยหิน หลังคา และหน้าต่างสร้างด้วยไม้ แบ่งออกเป็นสองส่วน ลักษณะเหมือนวัง 2 วังซ้อนกันอยู่ คือ วังขาว ซึ่งใช้เป็นส่วนของสำนักงาน โรงเรียนศาสนา และวังแดง (ตามสีของผนัง) ซึ่งใช้ในการประกอบพิธีกรรม ภายในพระราชวังประกอบด้วยห้องต่างๆ ประมาณ 1,000 ห้อง ใช้เป็นที่ประทับ, ทรงงาน, เก็บ
    เถ้าอัฐิของดาไลลามะ ที่สำคัญยังใช้เป็นที่ทำงานในทางการเมืองของดาไลลามะ จนถึง ปีค.ศ.
    1755 ดาไลลามะองค์ที่ 7 ได้สร้างตำหนักนอร์บุหลิงฆา ใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน และใช้พระราชวังโปตาลาเป็นพระราชวังฤดูหนาว ได้รับการจัดเข้าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจาก
    ยูเนสโก้ในปี ค.ศ.1994 ปัจจุบันกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมสิ่งของล้ำค่า เช่นรูปเคารพ, ภาพวาดทางศาสนาพุทธ, งานแกะสลักไม้, พระคัมภีร์, โบราณวัตถุต่างๆ ที่สำคัญเป็นศูนย์รวมใจของชาวทิเบต
    เที่ยง     บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น        นำท่านชม วัดเซรา (Sera Temple) เปรียบเสมือนตัวแทนของพระลามะนิกายหมวกเหลือง (Gelugpa) ของทิเบตตั้งอยู่ทางทิศเหนือของลาซา สร้างขึ้นในปีค.ศ.ที่1419 โดย สักยา เยซี(ลูกศิษย์ของพระลามะจงกาปา ผู้ก่อตั้งพุทธทิเบต) พระลามะซึ่งเดินทางไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิหย่งเจิ้น แห่งราชวงศ์หมิง และได้รับพระราชทานพระพุทธรูป, ผ้าไหม, เงิน และทองคำเพื่อนำมาใช้ในการสร้างวัดนี้ด้วย วัดเซาราเป็นวัดสำคัญ 1 ใน 6 วัดสำคัญของนิกายหมวกเหลือง และเป็น 1 ใน 3 วัดสำคัญของเมืองลาซา จากนั้นนำชม วัดโจคัง (Jokhang Temple) วัดสำคัญของชาวทิเบตสร้างขึ้นประมาณ คริสต์ศตวรรษที่ 7 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่เจ้าหญิงคิดซัน จากเนปาล และเจ้าหญิงเหวินเฉิง จากราชวงศ์ถัง นำมาเป็นของขวัญเพื่อถวายแด่ กษัตริย์ ซองตัน กัมโป ของทิเบต ซึ่งภายหลังได้ แต่งงานกับกษัตริย์ซองตัน ทั้งสองพระองค์    ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของทั้งสามพระองค์ โดยเฉพาะ พระพุทธศากยมุนี โจโว ที่เจ้าหญิงเหวินเฉิงนำมาจากฉางอานนั้นเชื่อว่าเป็นของจริงที่ยังคงเก็บรักษาอยู่ วัดโจคังได้รับการจัดเข้าเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก้ ในปี 2000 จากนั้นนำท่านไปชม ถนนแปดเหลี่ยม เป็นถนนสายเก่าแก่ที่สุดของลาซา ล้อมรอบวัดโจคัง เต็มไปด้วยร้านค้าที่ทุกคนสามารถเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองทิเบต และต่อรองราคาได้ อิสระตามอัธยาศัย
    เย็น              บริการอาหารเย็นณ ภัตตาคาร
    พักค้างคืน ณ BRAHMAPOTRA HOTEL หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สี่ ลาซา - รื่อคาเจ๋อ - ทะเลสาบหยางจงยงหู - วัดป๋ายจวีซื่อ

     เช้า             บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

    จากนั้น        นำท่านไปยัง รื่อคาเจ๋อ (ซิกัตเซ่ SHIGATSE) เมืองใหญ่อันดับ 2 ของทิเบต และเป็นเมืองหลวงของเขต TSANG ชม ทะเลสาบหยางจงยงหู (ทะเลสาบยามดรก YAMDROK LAKE)ซึ่งเป็นทะเลสาบ 1 ใน 4 ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 4,000 เมตร ทะเลสาบมีสีเทอร์คอยส์ใสเรียบดังกระจก ทุกๆปีจะมีคนนับแสนเดินทางมาประกอบพิธีล้างบาป เมื่อท่านได้มาเยือนทะเลสาบแห่งนี้จะรู้สึกเหมือนฟากฟ้าอยู่แค่เอื้อมมือถึง เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ภูเขา ที่ราบ ทุ่งหญ้า ฝูงแกะ ฟาร์มวัว พันธุ์ไม้ป่าหลากสีสัน
    เที่ยง       บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น        นำท่านไปยัง วัดป๋ายจวีซื่อ ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,900 เมตร สถานที่แห่งเดียวที่จะสามารถพบเห็นพุทธศาสนิกชนทั้งสามนิกายในทิเบตพร้อมกันได้ วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 600 ปีก่อน ในเมืองรื่อคาเจ๋อ อำเภอเจียงจือ ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ของเมืองลาซาประมาณ 230 กิโลเมตร เป็นวัดชื่อดังที่รู้จักกันในนาม “วัดกงล้อมงคล” ของทิเบต อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับนิกายศากยะกาดัมปะ และเกลุคปา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของวัดแห่งนี้ก็คือเจดีย์ป๋ายจวี ที่มีเก้าชั้น และประกอบไปด้วยห้องมากกว่า 100 ห้อง ซึ่งผู้เข้าชมสามารถมองเห็นพระพุทธรูปและศาสนวัตถุชิ้นอื่นๆ ที่อยู่ภายในได้ ภายในห้องเหล่านี้ยังมีผลงานภาพเขียนทางพระพุทธศาสนามากกว่า 100,000 ภาพ ทำให้สิ่งก่อสร้างนี้ถูกเรียกว่า "เจดีย์พระพุทธรูปแสนองค์"ห้องโถงใหญ่และผนังด้านนอกยังเป็นเสมือนประตูสู่ประวัติศาสตร์ เนื่องจากประกอบไปด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนาทิเบตอันหลากหลายตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ถึงศตวรรษที่ 15

    พักค้างคืน ณ ZA XIQUTA HOTEL หรือเทียบเท่า

  •   วันที่ห้า อารามจาสือหลุนปูซื่อ - เมืองลาซา - วัดเดรปุง

     เช้า             บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม

    จากนั้น นำท่านไปยัง อารามจาสือหลุนปูซื่อ (TASHILHUNPO MONASTERY)ที่ประทับขององค์ปานเชนลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณ     อันดับ 2 ของทิเบต สร้างขึ้น ในปี ค.ศ. 1447 ในรัชสมัยขององค์ดาไลลามะองค์แรก (ZGYALWA GENDUNDRUP) มีส่วนสำคัญ 4 ส่วน คือ วิหารพระศรีเมตไตรย ประดิษฐานพระศรีอาริยเมตไตรย
     
    องค์ใหญ่ที่สุดในโลก สูง 26.2 เมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1914 โดยช่างศิลป์กว่า 900 คน ใช้เวลาสร้าง 4 ปี ควบคุมงานโดยปานเชนลามะองค์ที่ 9 องค์พระพุทธรูปสร้างด้วยทองแดงหนักและห่อหุ้มด้วยทองคำหนักกว่า 300 กก. พระพักตร์กระจ่างใส แกะสลักอย่างสวยงาม นิ้วพระหัตถ์แต่ละนิ้วยาวมากกว่า 1 เมตร ผ่านชมที่ประทับขององค์ปานเชนลามะ ส่วนที่สอง ที่บรรจุพระศพของปานเชนลามะองค์ที่ 4 สร้างเป็นสถูปสูง 11 เมตร นับเป็นสถูปเก่าเพียงสถูปเดียวที่รอดพ้นจากการทาลายในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ห้องบรรจุพระศพของปานเชนลามะองค์ที่ 10 (มรณภาพเมื่อปี ค.ศ. 1989) ด้านหน้าสถูปจะแสดงภาพเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ ล้อมรอบด้วยสายรุ้งที่สร้างจากกล้องคาไลโดสโคป เพดานห้องพระศพตกแต่งด้วยภาพกาลจักรมานดารา ฝาผนังเป็นภาพพระพุทธทาจากทองคาแท้ ส่วนที่สาม วัดเกลซัง ชมโถงชุมนุมหรืออุโบสถกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารเก่าแก่ของอารามจาสือหลุนปูซื่อ ส่วนที่สี่ สตาชิลุนโปโกรา เป็นเส้นทางแสวงบุญรอบอาราม มีระยะทาง 3 กม.
    เที่ยง      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น        เดินทางกลับ เมืองลาซา นำชมวัด วัดเดรปุง (Drepung Monastery) หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่าวัดเจ๋อปัง ตั้งอยู่ห่างจากนครลาซาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่นอกจากจะมีพื้นที่กว้างขวางที่สุดของทิเบต คือ 200,000 ตารางเมตร บนความสูงเฉลี่ย 3,900 เมตรแล้ว ยังเป็น วัดที่ร่ำรวยที่สุดในทิเบต ด้วย วัดเดรปุงเป็น 1 ใน 6 วัดสำคัญของนิกายเกลุกปะ สร้างในปี ค.ศ.1416 สมัยดาไลลามะองค์ที่ 2 ผู้เป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์จงคาปา มีขุนนางตระกูลใหญ่เป็นผู้อุปถัมภ์ ต่อมา สมัยดาไลลามะองค์ที่ 5 ขยายให้กว้างขวางขึ้นชื่อของวัดมีความหมายว่า กองข้าว เนื่องจากอาคารของวัดทาสีขาว เมื่อมองจากระยะไกลจึงคล้ายกองข้าวอยู่บนเชิงเขา สมัยรุ่งเรืองสูงสุด มีพระอาศัยอยู่ถึง 10,000 รูป เป็นสถานที่ศึกษาและปฏิบัติธรรมของพระลามะชั้นสูงในลาซา ภายใน วัดเดรปุง มี วังการเดนโพทรัง ตั้งอยู่อิสระ ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของวัด ใต้วงล้อมของกำแพงสูง สร้างสมัยดาไลลามะองค์ที่ 2 ในสมัยท่านและองค์ที่ 3 และ 4 ทรงใช้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและการเมืองของทิเบต ก่อนที่องค์ที่5 จะสร้างพระราชวังโปตาลาขึ้นใหม่และย้ายไปประทับที่นั่น
    เย็น              บริการอาหารเย็นณ ภัตตาคาร

    พักค้างคืน ณ BRAHMAPOTRA HOTEL หรือเทียบเท่า

  •   วันที่หก ลาซา - ซีหนิง (เดินทางโดยรถไฟ)

     เช้า             บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม (อาหารเที่ยง และอาหารค่ำ รับประทานบนรถไฟ)

    08.00 น.      ออกเดินทางไป ซีหนิง โดยรถไฟขบวนที่ K918 หรือ T28 เดินทางสู่ซีหนิง (บนรถไฟมีการควบคุมระดับออกซิเจนให้เหมือนกับอากาศปกติทั่วไป มีหมอและห้องพยาบาลบริการ)
     
     
    3,664 เมตรจากระดับน้ำทะเล-เดินทางจาก “สถานีลาซา”
     
    4,305 เมตรจากระดับน้ำทะเล-เข้าสู่เขต “หยังปาจิ่ง” ผ่านโรงงานไฟฟ้าพลังไอน้า จะมีบ่อน้าพุพวยพุ่งอยู่ทั่วไป
    5,072 เมตรจากระดับน้ำทะเล-ออกจากเขตทิเบตที่สถานีบนภูเขา “ถังกู่ลา-ซาน” จุดสูงสุดที่ทางรถไฟสายประวัติศาสตร์พาดผ่าน ผ่านชมแนวเทือกเขาเก๋อลาตานตง (ยอดสูงสุด 6,621 เมตร จะเป็นต้นน้าของแม่น้าแยงซีเกียง ผ่านอุโมงค์ที่สูงที่สุดในโลก “เฟิงหว่อซาน” สูง 4,905 เมตร
    4,743 เมตรจากระดับน้ำทะเล-“เขอเข่อซีหลี่” เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าสงวน กวางทิเบต ลาป่า วัว
    เหลือง ฯลฯ รถไฟจะวิ่งผ่านสะพานข้ามแม่น้าซึ่งออกแบบเป็น 2 ชั้น ชั้นบนสาหรับรถไฟวิ่ง และชั้นล่างสาหรับให้ฝูงสัตว์ป่าอพยพ
    4,615 เมตรจากระดับน้ำทะเล-เขต “ปู้ต้งเฉวียน” น้าในบริเวณนี้จ ะไม่กลายเป็นน้าแข็งไม่ว่าจะอยู่ในฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม เพราะมีความร้อนระอุส่งผ่านมาจากใต้ดิน
     
    4,772 เมตรจากระดับน้ำทะเล–เข้าสู่ช่วงสูงสุดของช่องเขาคุนหลุน ผ่านชมธารน้าแข็งสุริโยธินเบิกฟ้า ถ้าอากาศดีสามารถมองเห็นยอดสูงสุดของภูเขาคุนหลุน (6,178 เมตร) ผ่านอุโมงค์ที่เจาะผ่านเทือกเขาคุนหลุนยาว 1,686 เมตร ถือว่าเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในโลกที่สร้างบนเขตดินน้าแข็ง ผ่านทะเลสาบซีหวังมู่
    2,820 เมตรจากระดับน้ำทะเล-เย็นนี้รถไฟจะเข้าเขตสถานีเมืองเก๋อเอ่อร์มู่ มณฑลซิงไห่ เมืองที่มีการผลิตเกลือทะเลสาบมากที่สุดของจีน | และคืนนี้รถไฟจะออกจาก “เก๋อเอ่อร์มู่” และไปสว่างเช้าที่ซีหนิง เส้นทางจะผ่านเขตโอเอซิส และเนินทรายในเขตทะเลทรายโกบี
    รถไฟสายชิงไห่-ทิเบต (ชิงซั่งเถื่ยลู่) เป็นเส้นทางรถไฟบนที่ราบสูงที่สูงที่สุดและยาวที่สุดของโลก ทดลองใช้จริงเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 เริ่ม ต้นเดินทางจากเมืองซีหนิง เมืองเอกของมณฑลชิงไห่ ถึงปลายทางเมืองลาซา เมืองเอกของเขตปกครองตนเองทิเบต ใช้เวลาเดินทาง 26 ชั่วโมง 23 นาที บนเส้นทางมีสถานีรถไฟสูงที่สุดในโลกคือ ถังกู่ลา-ซาน จุดสูงสุดที่ทางรถไฟสายนี้ สูงจากระดับน้าทะเล 5,072 เมตร รถไฟสายประวัติศาสตร์มีระยะทางกว่า 1,000 กม. ที่สุดของความประทับใจในธรรมชาติที่งดงาม อลังการความยิ่งใหญ่ของขุนเขา ปรบมือด้วยความจริงใจให้กับความเพียรของมนุษย์เชื้อ ชาติจีนที่เอาชนะสิ่งที่ยาก...ท้าทาย...เพื่อสร้างทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สู่ลาซา ดินแดนหลังคาโลก

     (พักค้างคืนบนรถไฟ-พักตู้นอนวีไอพี ห้องละ 4 ท่าน / ไม่มีห้องเดี่ยวบนรถไฟ)

  •   วันที่เจ็ด ซีหนิง - อารามถาเอ่อร์ซื่อ - เฉิงตู

     เช้า              รับประทานอาหารเช้าบนรถไฟ

    ระยะทางกว่า 1,000 กม. ที่สุดของความประทับใจธรรมชาติที่งดงาม อลังการความยิ่งใหญ่ของขุนเขา ปรบมือด้วยความจริงใจให้กับความเพียรของมนุษย์เชื้อชาติจีนที่เอาชนะสิ่งที่ยาก...ท้าทาย...เพื่อสร้างทางรถไฟสายประวัติศาสตร์สู่ลาซา ดินแดนหลังคาโลก
     
    08.00น.      รถไฟถึง สถานีนครซีหนิงเมืองเอกของมณฑลชิงไห่ มณฑลขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงทิเบต-ชิงไห่ ที่มีความสูงเฉลี่ยกว่า 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีประชากรเบาบางเพียงประมาณ 5 ล้านคน ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูง เสน่ห์ของชิงไห่คือความรกร้างห่างไกลและความเป็นอยู่ของชนเผ่าเร่ร่อน
     
     
    นำท่าน        ไปชม อารามถาเอ่อร์ซื่อ(25 กม.จากตัวเมือง) อารามแบบทิเบตสร้างทับสถานที่เกิดของพระสังกัปปะ พระผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลืองขึ้นในทิเบต วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1560สมัยราชวงศ์หมิง เคยถูกทำลายในปี ค.ศ. 1980 ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมแต่ในภายหลังได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ใน มีพื้นที่รวม 10 เฮกเตอร์ มีห้องโถงใหญ่ 15 ห้อง ห้องพักสงฆ์ 9,300 ห้อง รวมพื้นที่ใช้สอย 450,000 ตารางเมตร ตัวอาคารก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมฮั่นผสมทิเบต ชมหอประติมากรรมเนยจามรี ที่แกะสลักเป็นภาพชาดกและตำนานปรัมปราของชาวทิเบต
    เที่ยง           บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    จากนั้น         เดินทางไป ท่าอากาศยานซีหนิง เกาเจียเบา เพื่อเดินทางไปยัง เฉิงตู
    18.10 น.      ออกเดินทางสู่เมืองเฉิงตู โดยสายการบิน เสฉวนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 3U8988
                        *หมายเหตุ หากไฟล์บินซีหนิง-เฉินตู ไม่สามารถบินได้ ทางบริษัทจัดบิน หลันโจว-เฉิงตู*
    19:40 น.      เดินทางถึงท่าอากาศยานเฉิงตู
    เย็น              บริการอาหารเย็นณ ภัตตาคาร

    พักค้างคืน ณ MERCURE CHENGDU NORTH HOTEL หรือเทียบเท่า

  •   วันที่แปด เฉิงตู - ถนนโบราณจิ๋นหลี่ - อาหารสมุนไพร - กรุงเทพฯ

     เช้า              บริการอาหารเช้าบนรถไฟ

    จากนั้น        นำท่านเที่ยวชม ถนนโบราณจิ๋นหลี่ ถนนที่อยู่ติดกับศาลเจ้าสามก๊ก เป็นถนนวัฒนธรรม ตกแต่งแบบย้อนยุค เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสามก๊ก ตัวถนนมีการตกแต่งอย่างสวยงาม มีของเก่าๆ มากมาย มีร้านอาหาร ร้านน้ำชา โรงเตี๊ยม โรงงิ้ว และมีของที่ระลึกเกี่ยวกับสามก๊กขายเยอะมาก ร้านอาหารหลายร้านตกแต่งเป็น เล่าปี่ กวนอู เตียวหุย มีของกินข้างทางอร่อยๆ
    เที่ยง            บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (อาหารสมุนไพร)
    จากนั้น        นำท่านไปยัง ท่าอากาศยานเฉิงตูเพื่อเดินทางกลับไปยังกรุงเทพฯ
    14.40 น.      ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน เสฉวนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่
    3U 8145

    16.35 น.      เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.....พร้อมความประทับใจ

  •   อัตราค่าบริการ / เงื่อนไขการจอง
    •  เงื่อนไขในการจองทัวร์
      กรุณาจองที่นั่งล่วงหน้า อย่างน้อย 1 เดือน ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท เมื่อทำการจอง พร้อมกับส่งหน้าพาสปอร์ตและเอกสารสำหรับการทำวีซ่า ส่วนที่เหลือชำระภายใน 20 วันก่อนการเดินทางมิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
      โปรดทราบ :  ตามนโยบายของบริษัททัวร์เมืองจีน ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักสินค้าพื้นเมืองของจีน ซึ่งจำเป็นต้องบรรจุรายการลงไว้ในโปรแกรมทัวร์ ดังนั้นบริษัททัวร์จึงขอความร่วมมือจากลูกทัวร์ทุกท่านแวะชม แวะดู (เข้าร้านละ 30 - 45 นาที) โดยที่ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือไม่ซื้อก็ได้ขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้าเป็นหลักไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น   (ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ)
      อัตราค่าบริการนี้รวม
      1.      ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด+ค่าภาษีสนามบิน
      2.      ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุไว้ในรายการ 2-3ท่านต่อห้อง
      3.      ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศจีน (หากลูกทัวร์มีวีซ่าแล้วจะทำการหักคืนให้)
      4.      ค่ารถ ค่าอาหาร+ เครื่องดื่ม ,ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ
      อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
      1.      ค่าทำหนังสือเดินทางคนไทย 
      2.      กระเป๋าเดินทางในกรณีที่น้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด ค่าน้ำหนักที่สายการบินกำหนด 23 กิโลกรัม
      3.      ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว
      4.      ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่มค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเองในแต่ละมื้อ (นอกเหนือจากรายการ)
      5.      ค่าโทรศัพท์ค่าซักรีด ค่าทิปเด็กยกกระเป๋าฯลฯ
      6.      ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี) และค่าภาษีบริการหัก ณ ที่จ่าย 3%
      7.    ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น และ คนขับรถ ท่านละ 1,500 บาท/ท่าน ตลอดทริปการเดินทาง
      8.    ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของท่าน
      บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบหรือคืนค่าบริการ (รวมค่ายื่นวีซ่า) ใดๆ กรณี ดังต่อไปนี้:-
      Jกรณีที่ท่านสมัครใจยกเลิกใช้บริการบางรายการ เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ ฯลฯ
      Jกรณีผู้เดินทางถูกเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองปฏิเสธการเข้า-ออกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย, เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้องหรือ ถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
      Jกรณีทรัพย์สินมีค่าต่างๆเกิดการสูญหาย อันเนื่องจากถูกโจรกรรม หรือ เพราะความประมาทรวมทั้งอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
      กรณียกเลิกการเดินทาง (ไม่คืนเงินค่ามัดจำใดๆทั้งสิ้น
      -ยกเลิกก่อนวันเดินทาง30 - 40 วัน คืนค่าบริการเต็มจำนวน
      -ยกเลิกก่อนวันเดินทาง20 - 29 วัน เก็บเก็บค่าใช้จ่าย 50 %
      -ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-19วัน เก็บค่าใช้จ่าย 75 %
      -ยกเลิกก่อนวันเดินทาง7-14 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์          
      *ในกรณีใช้เที่ยวบินพิเศษหรือเที่ยวบินเหมาลำขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนทั้งเงินค่ามัดจำและค่าทัวร์ใดๆทั้งสิ้น*
       
      หมายเหตุ
      1.    เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นไฟล์ทบินที่ออกกับสายการบิน ดังนั้นเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถคืนเงินได้
      2.    บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะงด หรือ เปลี่ยนแปลงรายการและเวลาบิน กรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่านหรือเกิดเหตุสุดวิสัยจนมิอาจแก้ไขได้
      3.    เนื่องจากสภาวะน้ำมันโลกอาจมีการปรับราคาสูงขึ้นซึ่งมีผลต่อราคาตั๋วและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบินที่จะปรับตามสภาวะโลก ทางบริษัทฯจึงขอสงวนสิทธิ์ทำการเรียกเก็บค่าทัวร์เพิ่มตามความเป็นจริง
      4.    บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบหรือชดใช้ค่าเสียหายใดๆอันอยู่เหนือการควบคุมของทางบริษัทฯเช่นภัยธรรมชาติภัยปฏิวัติ ทางการเมือง การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหายทรัพย์สิน , ความล่าช้าสายการบิน หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
      5.    บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบและคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ หากท่านถูกปฏิเสธห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศอันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
      6.    กรณีเกิดความผิดพลาดจากการยกเลิก ล่าช้าเปลี่ยนแปลง ของสายการบิน บริษัทฯขนส่งหรือหน่วยงานที่ให้บริการทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยน, ทดแทน รายการตามความเหมาะสมโดยจะไม่สามารถเรียกร้องคืนค่าบริการนั้นๆได้
      7.    ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบหรือคืนค่าบริการใดๆทั้งสิ้น หากท่านไม่ใช้บริการของบริษัทฯบางรายการ เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ เพราะค่าบริการได้ชำระแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางแล้ว
      8.    ห้ามนำไฟแช็ค มีดพก กรรไกรตัดเล็บ หรือของมีคมทุกชนิด ขึ้นเครื่องบินและรถไฟหัวจรวดโดยเด็ดขาด เพราะอาจถูกยึดได้ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์จะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นหากท่านถูกยึด
      9.    เมื่อได้ทำการตกลงชำระเงินค่าทัวร์ ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนกับทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ตกลงยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆตามที่ระบุไว้แล้ว

ติดต่อเรา

SDTY-TOUR.COM

ชั้น 5 ห้อง 502 อาคาร เอส แอนด์ บี ทาวเวอร์(S & B Tower) เลขที่ 68-68/6 ถ.ปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม 10500

admin@sdty-tour.com

02-2352434 , 02-2352535 , 02-2352636 , 085-5039888

เวลาทำการ:
จันทร์ - ศกร์ (8:30-17:30)

ทัวร์ต่างประเทศ

ทัวร์ในประเทศ


© 2019 SDTY TOUR CO.,LTD. All Rights Reserved. เขียเว็บโดย Webunique

Top

About

Contact

Call