ใบอนุญาต 11/07420
@sdtytour     02-2352534 , 085-5039888     จันทร์-ศุกร์ 8:30-17:30 น

ทัวร์ญี่ปุ่น PJP33A Pro Special Hokkaido Winter

ช่วงเวลาการเดินทาง

ช่วงวันที่เดินทาง: ผู้ใหญ่
06 ธ.ค. 2562 - 12 ธ.ค. 2562 49,999 บาท 49,999 บาท 65,899 บาท จอง

รายละเอียดการเดินทาง

  •   วันที่ 1 กรุงเทพ-สนามบินสุวรรณภูมิ

    20.30 น.      คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศชั้น4 สนามบินสุวรรณภูมิประตูทางเข้าหมายเลข 2 เคาน์เตอร์เช็คอิน D สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทรอให้การต้องรับ พร้อมทั้งแจกเอกสารในการเดินทางและอำนวยความสะดวก

     

    23.55 น.      ออกเดินทางสู่สนามบินชิโตเซ่ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG670
    (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 6.50 ชั่วโมง)

     

     

  •   วันที่ 2 ชิโทเซ่-โนโบริเบ็ตสึ-หุบเขานรกจิโกกุดานิ-เมืองฮาโกดาเตะ-ย่านเมืองเก่าโมโตมาจิ-โกดังอิฐแดง-นั่งกระเช้าชมวิว ณ เม้าท์ฮาโกดาเตะ

    08.20 น.      เดินทางถึงสนามบินชิโทเซ่ เกาะฮอกไกโด หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว (เวลาที่ญี่ปุ่น เร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อความสะดวกในการนัดหมายเวลา) ***สำคัญมาก!! ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและจับ ***

                       นำท่านเดินทางสู่ เมืองโนโบริเบ็ตสึ สถานตากอากาศและน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะ ฮอกไกโด ซึ่งมีน้ำร้อนที่แตกต่างกัน 11 ชนิด นับเป็นน้ำร้อนที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของญี่ปุ่น ภายในเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยโรงแรมและที่พักสไตล์ญี่ปุ่นเรียวกังมากมาย นำท่านชม จิโกกุดานิ หรือ หุบเขานรก ซึ่งเกิดจากภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันและกลิ่นของกำมะถัน ชมบ่อน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดอันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยังคงอยู่
     
    เที่ยง            รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (1)
    นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาค ฮอกไกโด ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาฮาโกดาเตะ และอาหารทะเลสดใหม่ ในอดีตเป็นเมืองหนึ่งที่มีท่าเรือสำหรับเปิดการค้าระหว่างประเทศในช่วงหลังจากยุคแยกประเทศ เมืองฮาโกดาเตะได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก มีย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างประเทศ และป้อมสไตล์ตะวันตก  แล้วนำท่านเดินชมเมืองที่ ย่านเมืองเก่าโมโตมาจิ (Motomachi District) แต่ก่อนบริเวณท่าเรือเมืองฮาโกดาเตะ เป็นท่าเรือแรกที่เปิดให้มีการค้าระหว่างประเทศในปี 1854 ในช่วงสิ้นสุดยุคญี่ปุ่นแบ่งแยก ดังนั้นทำให้มีผู้ค้าจำนวนมากจากรัสเซีย จีน และชาติตะวันตก ได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในเมืองฮาโกดาเตะแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีอาคารสไตล์ตะวันตกและสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ห้องโถงอนุสรณ์สไตล์จีน (Chinese Memorial Hall), ศาลาประชาคมฮาโกดาเตะ (Old Hakodate Public Hall), โบสถ์รัสเซียออโธด็อกซ์ (Rusian Orthodox Church), สถานกงสุลอังกฤษเก่า (Old British Consulate), บ้านเก่าตระกูลโซมะ (Old Soma Residence), วัดฮิงาชิฮอนงันจิ สาขาเมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate Higashi Honganji), โบสถ์อิปิสโคปัล (Episcopal Church),โบสถ์โมโตมาจิโรมันคาธอลิค (Motomachi Roman Catholic Church) จากนั้นให้ท่านเดินชมโกดังอิฐแดงริมน้ำ (Red Brick Warehouses) ได้ปรับปรุงมาจากคลังสินค้าอิฐสีแดงที่เคยใช้ค้าขายในปลายสมัยเอโดะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำของอ่าวฮาโกดาเตะ ศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงที่ให้บรรยากาศเก่า ๆ นอกจากร้านขายของที่ระลึกที่ทันสมัย เสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และร้านขนมหวานแล้ว ยังมีร้านอาหาร ลานเบียร์ โบสถ์สำหรับจัดพิธีแต่งงาน และบริการล่องเรือเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของอ่าวฮาโกดาเตะอีกด้วย แล้วนำท่านเดินทางไปยังยอดเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate) มีความสูง 334 เมตร ตั้งอยู่ในป่าทางตอนใต้ของปลายคาบสมุทรใกล้ใจกลางเมืองฮาโกดาเตะ ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงาม นับเป็นจุดชมวิวติดอันดัน 1 ใน 3 สถานที่ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับภูเขาอินาซะ (Mount Inasa) ที่นางาซากิ (Nagasaki) และภูเขารอคโค (Mount Rokko) ที่โกเบ (Kobe) บนยอดเขามีจุดชมวิวมีร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก 
     
    เย็น              รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารของโรงแรม (2)
    พักที่            HAKODATE HOTEL หรือระดับเดียวกัน
    อิสระให้ท่านอาบน้ำแร่รวมแบบญี่ปุ่น (ออนเซน)
  •   วันที่ 3 ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ-ป้อมโงเรียวคาคุ-ภูเขาไฟโชวะชินซัน-กระเช้าไฟฟ้าอุสุซัง-ศูนย์อนุรักษ์หมี ทะเลสาบโทยะ

    เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (3)

    นำท่านไปยัง ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (Hakodate Morning Market) มีพื้นที่ประมาณ 4 ช่วงตึก เปิดเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ตอนเช้าตีห้าถึงเที่ยงตรง ในตลาดจะจำหน่ายอาหารทะเลสด เช่น ปูอลาสก้า ไข่ปลาแซลม่อน และหอยเม่นทะเล พร้อมทั้งผลไม้ตามฤดูกาล บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารหลายร้าน เมนูที่นิยมที่สุดคือ Uni-Ikura Domburi (ข้าวเสิร์ฟพร้อมหอยเม่นทะเลและไข่ปลาแซลม่อน) นำท่านถ่ายรูปและชมป้อมโงเรียวคาคุ หรือ ป้อมดาว 5 แฉก เป็นบริเวณที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่รูปดาว ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากมุมสูง ลักษณะป้อมจะเป็นสไตล์ตะวันตก บริเวณสวนเข้าชมฟรี หากท่านจะขึ้นหอคอยชมวิว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 840 เยน
     
    เที่ยง          รับประทานอาหารเที่ยงแบบ JAPANESE SET (4)
    นำท่านชม ภูเขาไฟโชวะชินซัน (Showa Shinzan) เป็นภูเขาไฟที่เกิดขึ้นใหม่ มีอายุน้อยที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เกิดขึ้นโดยการเกิดแผ่นดินไหวและก่อตัวขึ้นบนพื้นที่ราบทุ่งข้าวสาลี มีความชสูง 290 เมตร ในระหว่างปี 1943-1945 สมัยจักรรพรรดิโชวะ ปัจจุบันยังคงมีควันกำมะถันลอยอยู่เหนือปล่องภูเขาไฟ ภูเขาไฟแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟอุสุ  จากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่ยอดเขาอุสุ เพื่อชมทิวทัศน์แบบพาโนราม่า จากจุดชมวิวด้านบน ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) และภูเขาโชวะชินซัน(Showa Shinzan) และจุดชมวิวอีกแห่งหนึ่งก็จะเห็นวิวของมหาสมุทรและหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟอุสุในปี 1977 ซึ่งระเบิดปะทุติดต่อกันนานถึง 2 ปี จนกลายเป็นภูเขาโชวะดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ภูเขาไฟอุสุ (Usuzan) เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท มีความสูง 733 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ในรอบร้อยปีที่ผ่านมาเกิดการปะทุขึ้น 4 ครั้ง คือ ปี ค.ศ. 1910,1944-45, 1977 และปี 2000 ซึ่งทำให้เถ้าถ่านจำนวนมากพุ่งออกมาเป็นระยะทางไกลทำลายอาคารต่างๆ จากนั้น..นำท่านชม ศูนย์อนุรักษ์หมีสีน้ำตาล (BearPark) เป็นสถานที่เพาะพันธุ์หมีสีน้ำตาล นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมลูกหมีสีน้ำตาลได้อย่างใกล้ชิดผ่านกระจกใส และมีหมีโตเต็มวัยที่ไม่ดุร้ายโชว์ลีลาอ้อนขออาหารจากนักท่องเที่ยว เป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว หากใครต้องการใกล้ชิดกว่านี้ก็สามารถเข้าไปยังห้องสังเกตการณ์พิเศษ ”กรงมนุษย์” ซึ่งจะมองเห็นหมีสีน้ำตาลเดินผ่านไปมา และได้ยินเสียงและกลิ่นของหมีผ่านรูระบายอากาศเล็ก ๆ นอกจากนี้ยังยังขายขนมปังและแอปเปิ้ล ให้นักท่องเที่ยวได้ป้อนอาหารหมีอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) วนอุทยานแห่งชาติชิโกทสุ เป็นทะเลสาบที่เกิดจากแอ่งปากปล่องภูเขาไฟที่มีขนาดใหญ่อันดับสามของญี่ปุ่น  และผลจากการระเบิดของภูเขาไฟทำให้มีลาวาทับถมจนปิดกั้นทางน้ำไหลไม่ให้ออกจากทะเลสาบได้ ด้านหลังมีภูเขาอุสุและภูเขาโชวะชินซัง ส่วนด้านหน้ามีภูเขาโยเทอิจึงเป็นภาพทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างยิ่ง จนได้ชื่อว่าเป็นวิวที่งดงามที่สุดอันดับสามของเกาะฮอกไกโดเลยทีเดียว
     
    เย็น              รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารของโรงแรม (5)
                       พักที่ TOYA HOTEL หรือระดับเดียวกัน

    อิสระให้ท่านอาบน้ำแร่รวมแบบญี่ปุ่น (ออนเซน)

  •   วันที่ 4 โรงงานชอคโกแลต-ศาลาว่าการ-หอนาฬิกา-สวนโอโดริ-ตลาดปลาโจไก-มิตซุยเอ้าท์เลต

    เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (6)

    เช้านี้นำท่านเดินทางสู่ โรงงานชอคโกแลต ISHIYA เป็นโรงงานที่ผลิตชอคโกแลตที่ขึ้นชื่อของเมืองซัปโปโร โดยเฉพาะ SHIROI KOIBITO ขนมสอดไส้ชอคโกแลตขาวที่เป็นที่นิยมทั่วทั้งเกาะ ฮอกไกโด (อิสระให้ท่านถ่ายรูปบริเวณด้านนอก ไม่รวมตั๋วค่าเข้าชมภายใน)  จากนั้นนำท่านชม อดีตศาลาที่ว่าการของฮอกไกโด (ตึกอิฐแดง)  เป็นตึกสไตล์นีโอบารอค มีลักษณะพิเศษที่มีหลังคายอดแหลมและกรอบหน้าต่างเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเสมือนอนุสาวรีย์การบุกเบิกของฮอกไกโด ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ จากนั้นนำท่านชมหอนาฬิกาประจำเมือง (CLOCK TOWER) เป็นหอนาฬิกาที่ดำรงอยู่ในฐานะสัญลักษณ์ของซัปโปโร มีหน้าปัดนาฬิกาทั้งสี่ด้านที่ทำจากอเมริกา ปัจจุบันถือเป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จัก และนิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ตลาดปลาโจไก (Sapporo Jogai Market) ประกอบด้วยร้านค้า และร้านอาหารกว่า 80 ร้าน เรียงรายตลอดบล็อกขึ้นไปนอกตลาดขายส่งซัปโปโร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ร้านค้าต่างๆ จำหน่ายอาหารทะเล เช่น ปู หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาหมึก และหอยเชลล์ ผลผลิตอื่น ๆ ในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด แตงโม และมันฝรั่งตามฤดูกาล ราคาก็เหมาะสม อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อคือ Donburi
     
    เที่ยง            รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารเมนู ชาบู (7)
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ MITSUI OUTLET PARK เอ้าท์เลทซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในฮอกไกโด เพียบพร้อมด้วยสินค้าสำหรับทุกคนตั้งแต่แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ สินค้าแฟชั่นหญิงชาย และเด็ก จนถึงอุปกรณ์กีฬาและกิจกรรมกลางแจ้งและสินค้าทั่วไป ประกอบด้วยแบรนด์ดังถึง 130 แบรนด์ ซึ่งในบรรดาแบรนด์ดังเหล่านี้ จะมีถึง 58 แบรนด์ที่เป็นแบรนด์ที่เพิ่งเปิดสาขาในฮอกไกโด และ 9 แบรนด์ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ภายในห้างยังมีศูนย์อาหารขนาดใหญ่ที่จุได้ 650 ที่นั่ง เช่นเดียวกับ Hokkaido Roko Farm Bridge ซี่งเป็นพื้นที่ที่มีสินค้าท้องถิ่นและสินค้าจากฟาร์ม เอาท์เลทที่นี่จึงเต็มไปด้วยสรรพสิ่งให้ชาวฮอกไกโดและนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้สัมผัส
     
    เย็น              อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้ง
    พักที่ ART ASAHIKAWA หรือระดับเดียวกัน อิสระให้ท่านอาบน้ำแร่รวมแบบญี่ปุ่น (ออนเซน)
  •   วันที่ 5 สวนสัตว์อาซาฮีคาวะ-หมู่บ้านราเมง-สุนัขลากเลื่อน-ลานสกี-ถนนคนเดินเฮวะ อิออนมอลล์

    เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (8)

    นำท่านชม สวนสัตว์อะซาฮิยามะ (Asahiyama Zoo) เป็นสวนสัตว์ที่มีชื่อเสียงในแถบรอบนอกของเมืองอะซาฮิกาวะ กลางเกาะฮอกไกโด ซึ่งทางสวนสัตว์อนุญาตให้ผู้เข้าชมได้เข้าชมสัตว์นานาชนิดจากหลากหลายมุมมอง เป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนสวนสัตว์แห่งอื่น ๆ ไฮไลท์ ได้แก่ การเดินขบวนพาเหรดของเหล่าเพนกวิ้น และโดมแก้วขนาดเล็กที่อยู่ตรงกลางของโซนหมีขั้วโลกและหมาป่า ผู้เข้าชมจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน ในส่วนของนิทรรศการจะแสดงเกี่ยวกับสัตว์ป่าพื้นเมืองของฮอกไกโด เช่น กวาง นกอินทรี เครน หมาป่า และสัตว์อื่น ๆ จากทั่วทุกมุมโลก เช่น หมีขั้วโลก ลิง แมวใหญ่ และยีราฟ นำท่านเดินทางสู่ “หมู่บ้านราเมง” หมู่บ้านราเมนอะซาฮิคาวะ ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1996 โดยรวบรวมร้านราเมนชื่อดังของเมืองอาซาฮิคาว่าทั้ง 8 ร้านมาอยู่รวมกันเป็นอาคารหลังคาเดียว เสมือนหมู่บ้านราเมนที่รวบรวมร้านดังขั้นเทพไว้ในที่เดียว และยังมีห้องเล็กๆที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านแห่งนี้ให้สำหรับผู้ที่สนใจได้มาศึกษาอีกด้วยนอกจากนี้ราเมนยังมีวัฒนธรรมการทานที่นักท่องเที่ยวอย่างเราควรรู้เพื่อที่จะได้เข้าใจคนญี่ปุ่นมากขึ้นนั้นคือเวลาทานห้ามคีบเส้นมาใส่ช้อนก่อนแล้วค่อยทาน แต่ต้องใช้ตะเกียบคีบเส้นและเครื่องเคียงแล้วเอาเข้าปากเลย ช้อนมีไว้สำหรับซดน้ำซุปเท่านั้น และถ้าราเมนร้านไหนอร่อยมากๆคนญี่ปุ่นก็จะไม่เหนียมอายที่จะยกชามสด เสียงดังเป็นการให้สัญญาณกับพ่อครัวว่า “ราเมนอร่อยมาก” ยิ่งดังเท่าไหร่ยิ่งอร่อยเท่านั้น
     
    เที่ยง           พาท่านชิมราเมงร้านดัง ณ หมู่บ้านราเมงตามอัธยาศัย
    นำคณะเดินทางสู่ “เมืองฟุราโน่”(Furano) เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีอากาศเย็นและแห้งประกอบกับดินแถบนั้นเป็นดินภูเขาไฟ จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะดอกไม้ แต่ในช่วงเวลาที่เป็นหิมะก็จะเป็นลานหิมะขนาดใหญ่ นำท่าน ชม “สุนัขลากเลื่อน” ณ ลานสกีหิมะขาวโพลน ให้ท่านถ่ายรูปกับสุนัขลากเลื่อน ฟรี!!!(ไม่รวมค่ากิจกรรมต่างๆ) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ นิงเกิ้ลเทอเรส(Ningle Terrace) เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงแรม New Furano Prince Hotle ซึ่งจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองจำพวกงานฝีมือต่างๆ สินค้าไอดีเก๋ๆ ที่อยู่ในร้านที่ทำเป็นกระท่อมไม้เล็กๆท่ามกลางป่าที่ร่มรื่น เชื่อมต่อด้วยสะพานไม้ ภายในร้านก็จะมีคนทำงานฝีมือให้ชมพร้อมทั้งจำหน่ายสินค้า  จากนั้นนำท่านสู่ ลานสกี ท่านสามารถสนุกสนานกับลานกิจกรรมที่มีบริการอยู่ที่นี่ ทั้งแบบ Snow Raft เรือยางขนาดใหญ่ที่สามารถนั่งเป็นกลุ่ม หรือเดี่ยว ไหลลงจากเนินตามเนินเขาที่กำหนด และยังมี Banana Boat ที่ลากด้วยสโนวโมบิวที่ลากซิกแซกตามสันเนิน สร้างความสนุกสนานตื่นเต้นได้มากเลยทีเดียว และ Sled สำหรับพาหนะส่วนตัว ที่ไหล่ลงจากเนินสูง โดยใช้ขาของผู้เล่นในการบังคับทิศทางความช้าเร็ว และยังมีกิจกรรมหิมะต่างๆ เช่น ขับรถสโนว์โมบิว (ราคาไม่รวมอุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆ)  จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งย่านใจกลางเมืองบริเวณช้อปปิ้งย่านถนนเฮวะ (Heiwa Dori)   เป็นถนนคนเดินหลักของเมืองอะซาฮิกาวะ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าทั่วไป ห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์เนม และในฤดูร้อนจะมีแผงขายของสด ผักผลไม้ และอื่น ๆ มาเปิดขายกันอย่างคึกคัก ซึ่งถนนแห่งนี้เป็นแนวแบ่งเขตระหว่างย่านธุรกิจทางฝั่งตะวันออก กับย่านร้านอาหาร และคลับ บาร์ ทางฝั่งตะวันตก เริ่มเปิดตั้งแต่ปี 1972 นับเป็นแห่งแรกของญี่ปุ่นที่จัดให้เป็นถนนคนเดินแบบถาวร และยังมีระบบทำความร้อนที่พื้นเพื่อไม่ให้น้ำแข็งจับจนลื่นในช่วงฤดูหนาวอีกด้วย และท่านสามารถเดินข้ามฝั่งถนนมายัง อิออนมอลล์ (Aeon Mall) เป็นห้างสรรพสินค้าที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ภายในตกแต่งในรูปแบบที่ทันสมัยสไตล์ญี่ปุ่น มีร้านค้าที่หลากหลายมากกว่า 150 ร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่น อาหารสดใหม่ และอุปกรณ์ภายในบ้าน นอกจากนี้ยังมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย เช่น MUJI, 100 yen shop, Sanrio store, Capcom games arcade และซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งบางร้านไม่ต้องเสียภาษีสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนร้านอาหารก็มีให้เลือกมากมายจำหน่ายอาหารหลายประเภท ร้านกาแฟ และศูนย์อาหารบริการ
     
    เย็น              อิสระอาหารค่ำ ภายในศูนย์อาหารของอิออน มอลล์
    พักที่ ART ASAHIKAWA หรือระดับเดียวกัน อิสระให้ท่านอาบน้ำแร่รวมแบบญี่ปุ่น (ออนเซน)
  •   วันที่ 6 คลองโอตารุ-พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี-โรงเป่าแก้วคิตาอิชิ-ร้านกาแฟ ฮัลโลคิตตี้-ร้าน LETAO-JTC DUTY FREE-เนินพระพุทธเจ้า-ถนนทานุกิโคจิ

    เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม(9)

    นำท่านชม คลองโอตารุ สัญลักษณ์ของเมืองโอตารุที่ได้รับความนิยมถ่ายภาพ มีฉากหลัง เป็นหลังคาอาคารก่ออิฐแดง โดยคลองโอตารุสร้างเสร็จในปี 1923 ถือว่าเป็นคลองที่เกิด  จากการถมทะเล ใช้เป็นเส้นทางขนถ่าย สินค้าจากเรือใหญ่ ลงสู่เรือขนถ่าย แล้วนำสินค้ามาเก็บไว้ภายในโกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และถมคลองครึ่งหนึ่งทำเป็นถนนหลวงสาย 17 ส่วนที่เหลือไว้ครึ่งหนึ่งก็ได้ทำการปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งยังปรับปรุงทางเดินเลียบคลองด้วยอิฐสีแดง อิสระให้ท่านรูปเป็นที่ระลึก อิสระให้ท่านรูปเป็นที่ระลึก จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองโอตารุตามอัธยาศัย เช่น พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและเครื่องแก้ว ที่รวบรวมกล่องดนตรีและเครื่องแก้วอันงดงามและหายากไว้มากมาย ท่านสามารถเลือกซื้อและเลือกชมสินค้าพื้นเมืองงานฝีมือต่าง ๆ อาทิเช่น ตุ๊กตาแก้ว ชาม แก้ว โคมไฟ เพลิดเพลินไปกับร้านขายกล่องดนตรี ซึ่งมีกล่องดนตรีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยท่านสามารถเลือกเพลงต่าง ๆ ได้ด้วยตัวของท่านเอง ร้านขายเครื่องแก้ว ที่มีตั้งแต่กระดิ่งแก้วอันจิ๋วไปจนถึงโคมระย้า ร้านขายขนมอบต่างๆ ที่ท่านสามารถชิมตามใจชอบโดยเฉพาะร้าน KITAKARO ซึ่งมีขนมแบบอบจากเตาสดๆ ใหม่ๆ ให้อร่อยจนลืมอ้วนกันเลยทีเดียว และเหมาะที่จะซื้อของฝากเป็นอย่างดี และยังมีอีกหนึ่งร้านที่ท่านต้องมีเวลากับร้านนี้ คือร้าน LeTAO ร้านชีสเค้กแสนอร่อย ด้วยบรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยไม้ที่แสนอบอุ่น ขับกล่อมด้วยเพลงสากลแบบมิวสิคบ๊อกซ์
     
    เที่ยง            รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (10)
    นำท่านสู่ JTC DUTY FREE อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี เช่น เสื้อผ้า น้ำหอม ตามอัธยาศัย เมื่อถึงเวลาอันสมควร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ UNSEEN OF SAPPORO ไฮไลท์!!! Hill of the Buddha หรือเนินเขาพระพุทธเจ้า  ที่เป็นฝีมือการออกแบบและสร้างสรรโดยสถาปนิกชื่อดังของญี่ปุ่น ทะดะโอะ อันโดะ (Tadao Ando) มีจุดประสงค์เพื่อเป็นสถานที่สวดมนต์ภาวนา ในรูปแบบที่แปลกตาและน่าแปลกใจสำหรับบุคคลทั่วไป ทะดะโอะได้สร้างภูเขาคอนกรีตล้อมรอบองค์พระเหลือเพียงแต่เศียร คอนเซ็ปการออกแบบของทะดะโอะต้องการให้ผู้เข้าสักการะค่อยๆ เห็นองค์พระพุทธรูปทีละน้อยๆ จากจุดเริ่มต้นภายนอกที่เราเห็นเพียงเศียรของพระพุทธรูปเท่านั้น เมื่อเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ องค์พระก็จะค่อยๆ ปรากฏให้เห็นมากขึ้น จนเมื่อสุดทาง เมื่อผู้มาสักการะแหงนหน้ามองขึ้นไป ก็จะเห็นพระพุทธรูปครบทั้งองค์ ในแต่ละฤดูกาลก็จะให้อารมณ์แตกต่างกันออกไป ฤดูใบไม้ผลิก็จะรู้สึกได้ถึงความเขียวจี ช่วงซัมเมอร์ก็จะเห็นเป็นทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงอ่อนๆ ฤดูหนาวที่หิมะตกก็จะเห็นเนินเป็นพรมสีขาว เรียกได้ว่าเป็นศิลปะที่รังสรรค์ด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริง และในบริเวณใกล้เคียงท่านจะได้พบกับ รูปปั้นหินโมไอ กลุ่มหินสโตนเฮนจ์ (Stonehenge)  ให้ท่านได้สักการะและอิสระกับการถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ย่าน ถนนทานูกิโคจิ แหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก เหมาะสำหรับจับจ่ายซื้อหาของฝากจากฮอกไกโด เป็นชุมชนร้านค้าประมาณ 200 ร้านค้า ทอดยาวกว่า 1 กิโลเมตรตลอดทิศตะวันออกและตะวันตกของใจกลางเมืองซัปโปโร เชื่อมต่อกันด้วยหลังคาโครงสร้างที่รองรับทุกสภาพอากาศ จึงสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องกังวลถึงฝนหรือหิมะแสงแดดเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยความคึกคักมีชีวิตชีวา หรือจะเดินเล่นชมเมืองที่ ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ที่ย่านกินดื่มที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร มั่งคั่งด้วยร้านค้าและแวดล้อมไปด้วยร้านอาหารแยะเต็มไปหมด แต่สำหรับราเมน แนะนำต้องไปที่ซอยนี้คือ “Ramen Yokocho” เป็นซอยราเมน สามารถเลือกร้านตามความชอบ ทั้งชนิดเส้นราเมนน้ำซุปรสชาติและเครื่องเคียงต่าง ๆ
     
    เย็น              อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้ง
    พักที่ SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่า 
  •   วันที่ 7 ซัปโปโร (ชิโทเซ่)-กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ)

    เช้า              หากโรงแรมเตรียมอาหารเช้าไม่ทัน ขออนุญาตจัดเป็น BOX SET (11)

     

    07.00 น.   นำท่านเดินทางสู่สนามบินชิโทเซ่ เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ตรวจเช็คเอกสารและสัมภาระออกเดินทางจากเมืองซัปโปโร กลับกรุงเทพฯ โดยสายบินไทย เที่ยวบินที่ TG671(ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 7.30 ชั่วโมง)
                       *บริการอาหารร้อน และเครื่องดื่มบนเครื่อง
     
    10.00 น.      ออกเดินทางจากสนามบินชิโทเซ่
     
    15.50 น.      เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
     
  •   เงื่อนไขการจอง / ยกเลิก

    อัตราค่าบริการรวม

    - ค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารชั้นประหยัด รวมภาษีสนามบินและธรรมเนียมเชื้อเพลิง
    - ค่าที่พักห้องคู่ (2-3 ท่าน) ดังที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกัน
    - โรงแรมที่พักตามที่ระบุ หรือเทียบเท่า (พัก 2-3 ท่าน/ห้อง)
    - ค่าอาหาร ดังที่ระบุในรายการ
    - ค่าเข้าชม ดังที่ระบุในรายการ
    - ค่ารถนำเที่ยว ดังที่ระบุในรายการ
    - ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง วงประกันท่านละ 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรรมธรรม์)
     
    อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
    - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้เดินทาง อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม        ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ในห้องและค่าพาหนะต่างๆ ที่มิได้ระบุในรายการ
    - ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น กรณีประกาศให้กลับมายื่นร้องขอวีซ่าอีกครั้ง (เนื่องจากทางญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นการยื่นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยสำหรับผู้ที่ประสงค์พำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน)
    - หากในภายหลังทางรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้ยื่นวีซ่าตามเดิม ผู้เดินทางจะต้องจ่ายเพิ่ม 2,000 บาท สำหรับการยื่นร้องขอวีซ่า
    - ค่าธรรมเนียมในกรณีที่กระเป๋าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินนั้นๆกำหนดหรือสัมภาระใหญ่เกินขนาดมาตรฐาน
    - ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่ม ภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว
    - ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ ที่หนักเกินสายการบินกำหนด (ปกติ ขาไป 30 กก. // ขากลับ 30 กก.)
    ค่าทิปคนขับรถ และไกด์ท้องถิ่น(ถ้ามี) ท่านละ 2,000 บาท/ทริป ชำระที่สนามบินในวันเช็คอิน (ค่าทิปหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความพึงพอใจของท่าน)
    - ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % (กรณีต้องการใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี)
     
    เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
    - กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทาง และกรุณาเตรียมเงินมัดจำ 20,000 บาท พร้อมกับเตรียมเอกสารส่งให้เรียบร้อย ภายใน 2-3 วัน หลังจากทำการจองแล้ว
    - การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯ จะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน ท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนด เนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบิน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
    - หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงการล่าช้าของสายการบินระหว่างประเทศ
    - หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4 - 5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
     
    กรณียกเลิกการเดินทาง
    ไม่สามารถยกเลิกได้ เนื่องจากเป็นราคาโปรโมชั่น และขอเก็บเงินทั้งหมด (แต่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้เดินทางได้ตามกำหนดของแต่ละสายการบินก่อน 7 วันของการเดินทาง)

ติดต่อเรา

SDTY-TOUR.COM

ชั้น 5 ห้อง 502 อาคาร เอส แอนด์ บี ทาวเวอร์(S & B Tower) เลขที่ 68-68/6 ถ.ปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม 10500

admin@sdty-tour.com

02-2352434 , 02-2352535 , 02-2352636 , 085-5039888

เวลาทำการ:
จันทร์ - ศกร์ (8:30-17:30)

ทัวร์ต่างประเทศ

ทัวร์ในประเทศ


© 2019 SDTY TOUR CO.,LTD. All Rights Reserved. เขียเว็บโดย Webunique

Top

About

Contact

Call