ใบอนุญาต 11/07420
@sdtytour     02-2352534 , 097-2508173     จันทร์-ศุกร์ 8:30-17:30 น

ช่วงเวลาการเดินทาง

ช่วงวันที่เดินทาง: ผู้ใหญ่
18 ธ.ค. 2562 - 22 ธ.ค. 2562 55,900 บาท 55,900 บาท 63,800 บาท จอง
25 ธ.ค. 2562 - 29 ธ.ค. 2562 55,900 บาท 55,900 บาท 63,800 บาท จอง
28 ธ.ค. 2562 - 01 ม.ค 2563 55,900 บาท 55,900 บาท 63,800 บาท จอง
29 ธ.ค. 2562 - 02 ม.ค 2563 55,900 บาท 55,900 บาท 63,800 บาท จอง

รายละเอียดการเดินทาง

  •   วันที่ 1 กรุงเทพ เมืองพาโร เมืองทิมพู

    04:30 คณะเดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น4 ประตูทางเข้า 6 เคาร์เตอร์K สายการบิน Bhutan Airline (KB) เที่ยวบิน B3 701
    06:30 ออกเดินทางสู่ประเทศภูฎาน เดินทางสู่เมืองพาโร เมืองหน้าด่านสำคัญก่อนเดินทางสู่ดินแดนอื่นๆในประเทศภูฏาน โดยสายการบิน Bhutan Airline(B3) มีอาหารบริการบนเครื่อง เครื่องจะทำการลงจอดที่ประเทศอินเดียเพื่อทำความสะอาดและเติมน้ำมันเป็นเวลา 45 นาทีโดยไม่ต้องลงจากเครื่องบินและเดินทางต่อไปยังประเทศภูฎาน
    09:55 เดินทางถึงเมืองพาโรประเทศภูฏาน หัวหน้าทัวร์จะนำท่านผ่าด่านตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทาง ท่านสามารถซื้อซิมมือถือได้ก่อนออกจากสนามบิน
    หลังจากอาหารกลางวันเราจะพาท่านขับรถผ่านตัวเมืองพาโรไปยัง วัดคิชู ลาคัง (Kyichu Lhakhang) วัดคิชูเป็นวัดโบราณเก่าแก่ที่สุดของภูฏานตั้งอยู่ใจกลางหุบเขาพระเจ้าซองต์เซน กัมโป กษัตริย์ทิเบต ทรงสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.659
    พิธภัณฑ์แห่งชาติภูฏาน ซึ่งเก็บรวบรวม ภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย เป็นต้น ไม่ไกลกันเราจะพาท่านเดินทางไปยัง พาโรริงปุงซอง (Paro Ringpung Dzong) ป้อมปราการยิ่งใหญ่ที่สุดของเมืองพาโร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1645 ซึ่งตอนนี้สถานที่นี้มีไว้สำหรับส่วนบริหาร ศูนย์กลางทางการปกครองของเมืองพาโร
    พาท่านเดินทางสู่เมืองทิมพู ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตรใช้เวลาประมาณ 1:30 ชัวโมง ตลอดทางท่านจะได้เห็นวิว วิถีชีวิต ผ่านหุบเขาหินตลอดสองข้างทาง โดยระหว่างทางเราจะพาท่านแวะจุดชมวิว วัดตำชู ซึ่งจะมีสะพานเหล็กทอดยาวไปถึงวัดโดยตัววัดจะอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน หลังจากนั้น เราจะพาท่านแวะ ด่านชูซอม เป็นหน้าด่านที่จะเข้าเมืองทิมพู ท่านจะได้เห็นสถูปสามแบบและเห็นวิถีชาวบ้าน
    กลางวัน  พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    ช่วงเย็นเราจะพาท่านไปยัง ป้อมปราการ “ทิมพู ซอง” Thimphu Dzong หรือมีชื่อเป็นทางการว่า “ตาชิโช ซอง” (Tashicho Dzong) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหลวงแห่งนี้ ป้อมปราการแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี1907 ซึ่งนอกจากเป็นป้อมปราการแล้วยังเป็นอารามหลวงสำหรับพระอีกด้วย โดยตอนนี้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ทำงานของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีและทำเนียบรัฐบาล ที่นี่เราจะเห็นที่ประทับของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมีสามารถมองเข้าไปได้แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้

    พาท่านชมการแสดงระบำพื้นบ้านและแสดงระบำหน้ากาก พร้อมกับรับศีลจากพระสงฆ์เพื่อความสิริมงคล

    ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
    พักโรงแรม Phuntsho Pelri หรือเทียบเท่า

     

  •   วันที่ 2 เมืองทิมพู เมืองพูนาคา

    เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    หลังรับประทานอาหารเช้า เราจะพาท่านเดินทางไปยังเมืองพูนาคา ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ระหว่างทางไปยังเมืองพูนาคาถนนออกจะคดเคี้ยวสองข้างทางรายล้อมไปด้วย ป่าสนเขียวขจี
    ระหว่างทางเราจะแวะพักที่ จุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้อยู่ที่ 3,116 เมตรจากระดับน้ำทะเล (เป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองทิมพูและพูนาคา) ซึ่งเรียกว่า ดอร์ ชูลา (Dorchula Plass) และพาท่านชม สถูป “ดรุค วังเกล” (Druk Wangle Chorten) 108 องค์ (สถูปแห่งความเป็นสิริมงคล และสันติสุขของแผ่นดิน 108 องค์) สร้างขึ้นมาเพื่อถวายแกพระโพธิสัตว์ของชาววัชรยาน จุดนี้เป็นจุดที่สามารถยืนชมเทือกเขาหิมาลัยได้แบบกระจ่างตาที่สุด โดยเฉพาะในวันที่อากาศสดใสและฟ้าเปิด
    หลังจากนั้นอีก 1:30 ชั่วโมงเราจะถึงเมืองพูนาคา เมืองพูนาคานั้นจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่มีภูมิประเทศที่สวยงามเนื่องจากมีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลบรรจบกัน
    เราจะพาท่านผ่าน หมู่บ้านคนพื้นเมืองของพูนาคา ไปยังวัดชิมิลาคัง (Chimi Lhakhang) วัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นในปี 1499 โดยพระงาหวัง ชอคเยล โดย ชาวภูฏานนิยมมาไหว้ขอพรในเรื่องครอบครัว อาทิ ขอลูก ขอพรให้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก

     

     

    กลางวัน  พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    หลังจากรับประทานอาหารกลางวัน เราจะพาท่านนั่งรถผ่านตัวเมืองพูนาคา ผ่านแม่น้ำ เพื่อไปยังสถานที่สำคัญที่สุดของเมืองนี้ พาท่านเยี่ยมชม
    พูนาคาซอง (Punakha Dzong) ป้อมปราการประจำเมืองปูนาคา ปัจจุบันเป็นพระราชวังฤดูหนาวของพระสังฆราช ป้อมปราการแห่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1637-38 เป็นซองที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสองและเป็นซองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองอีกด้วย

    ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
    พักโรงแรม Zhingkham Resort หรือเทียบเท่า

     

  •   วันที่ 3 เมืองพูนาคา เมืองทิมพู เมืองพาโร

    เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    ออกเดินทางจากเมืองพูนาคามุ่งสู่เมืองทิมพู ระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ระหว่างทางแวะพักยังจุดพักที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้อยู่ที่ 3,116 เมตรจากระดับน้ำทะเล (เป็นจุดที่สูงที่สุดของเมืองทิมพูและพูนาคา) ซึ่งเรียกว่า ดอร์ ชูลา (Dorchula Plass) ท่านสามารถเข้าห้องน้ำทานชาและกาแฟได้ที่นี่
    อีกประมาณ 45นาที เราจะพาท่านเที่ยวชม ป้อมปราการซิมโตก้า ซึ่งเป็นป้อมปราการต้นแบบและเป็นป้อมปราการที่เก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นในสมัยรวมชาติของประเทศภูฏาน ตอนนี้ใช้เป็นโรงเรียนสอนภาษาประจำชาติ “ซองก้า” ด้านในมีของเก่าแก่จำนวนมากให้ท่านได้ชม
    กลางวัน  พักรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
    หลังอาหารกลางวัน เราจะแจกชุดประชาติของภูฏานให้ท่านได้ใส่เที่ยวในวันนี้ทั้งวัน ชุดประจำชาติภูฏานของผู้ชายเรียกว่า โกะ (GHO) ส่วนชุดประชาติของผู้หญิงเรียกว่า คิร่า (Kira)

    สถานที่แรกที่เราจะนำท่านเที่ยววันนี้คือ
    หลังจากนั้นช่วงเช้าแดดยังดีเราจะพาท่านไปยัง พระใหญ่ หรือ Great Buddha Dordenma เป็นรูปหล่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซื่งสร้างขึ้นในปี 2006 โดยมีความสูง 54 เมตร จากจุดนี้ท่านจะเห็นเมืองทิมพูอย่างชัดเจน
    ไม่ไกลกันเราจะพาท่านไปยัง ศูนย์อนุรักษ์สัตว์ประจำชาติทาคิน ซึ่งด้านในจะมีตัวทาคินซึ่งเป็นสัตว์หายากมีเพียงในแถบเทือกเขาหิมาลัยเท่านั้น

    จากนั้นพาท่านสักการะ เมมโมเรียลโชเตน (Memorial Chortten) มหาสถูปเพื่อสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตกษัติริย์ จิกมี่ ดอร์จี วังชุก พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองประเทศภูฏานในช่วง ค.ศ. 1952-1972 และทรงได้รับพระฉายาว่า "พระบิดาแห่งภูฏานนยุคใหม่" สร้างขึ้นในปี 1974

    หากเวลาเหลือและ เปิดทำการ เราจะพาท่านเข้าชมและเลือกซื้อของสะสมที่ ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (General Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตราไปรษณีอากรที่งดงามของภูฏานและความพิเศษที่ไปรษณีย์ ภูฏานคือท่านสามารถถ่ายรูปตัวเองลงบนตราไปรษณีย์ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมายและสามารถติดบนโปสการ์ดหรือจดหมายส่งกลับมาประเทศไทยและทั่วโลกได้อีกด้วย (ท่านสามารถเตรียมรูปท่านเองหรือรูปคนอื่นมาทำแสตมป์ได้ ค่าใช้จ่ายต่อท่านประมาณ 200-280 บาทขึ้นอยู่กับชุดแสตมนั้น ๆ)

    เสร็จจากเมืองทิมพู เราจะพาท่านเดินทางไปยังเมืองพาโร โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง 30นาที โดยระหวางทางเราอาจจะแวะถ่ายรูปในบางจุด นอกจากนั้นเวลานี้ยังไม่เย็นมากนัก ท่านจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศสองข้างทางระหว่างเมือง พอถึงเมืองพาโรเราจะพาท่านเดินเล่นในเมืองก่อนเวลาอาหารเย็น
    ค่ำ  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
    พักโรงแรม Olathang หรือเทียบเท่า

     

  •   วันที่ 4 เมืองพาโร (ขึ้นเขาทักซัก)

    ออกเดินทางแต่เช้า เพื่อไปยังทางขึ้นเขา เพื่อพาท่านไปยัง วัดทักซัง (Taktshang Goemba Monastery) ชื่อทักซังมีความหมายว่ารังเสือหรือ (Tiger Nest) ท่านสามารถเลือกว่าจะขี่ม้าหรือจะเดินขึ้นไปก็ได้ การขี่ม้าจะใช้เวลาประมาณ 30 นาทีซึ่งขึ้นไปได้จนถึงจุดจอดม้าและขึ้นม้าได้เฉพาะขาขึ้นเท่านั้นเพราะว่าขาลงนั้นหากนั่งม้าจะอันตรายมาก การเดินทางขึ้นเขาทักซังจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 -6 ชั่วโมงในการไป-กลับและขึ้นอยู่กับความเร็วในการเดินของกรุ๊ปด้วย โดยระหว่างทางจะมีจุดแวะพักซึ่งจะเป็น Café ซึ่งเราจะพักดื่มชาและเข้าห้องน้ำ เดินขึ้นต่อเพื่อที่จะถึงช่วงสุดท้ายที่จะต้องขึ้นลงบันไดกว่า 350 ขึ้นเพื่อที่จะขึ้นไปที่ตัววัดทักซัง เมื่อถึงตัววัดจะต้องฝากอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคทุกชนิด (ลูกค้าหลายท่านจะถามว่าจะเดินไหวไหม ต้องตอบเลยว่าทริปเราไม่รีบร้อนในการเดินขึ้นเพื่อที่แสวงบุญบนหุบเขาอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เดินเรื่อย ๆชมบรรยากาศอันสวยงามบนเทือกเขา พักได้ตลอดทาง การขี่ม้าจะช่วยให้เดินขึ้นง่ายขึ้นมากเพราะว่าเมื่อถึงจุดจอดม้าจะเดินอีกไม่นานมาก หากลูกค้าท่านไดไม่สะดวกที่จะขึ้นเขาทักซังเราสามารถพาท่านไปเดินเที่ยวในเมืองพาโรแทนได้)
    โดยปกติเราจะขึ้นถึงตัววัดประมาณ 11 โมงเช้า ถึง ประมาณเที่ยง แล้วแต่ความรวดเร็วของกรุ๊ป
    วัดทักซังเป็นวัดพุทธที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน โดยถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1962 จุดเด่นอยู่ที่ตัววัดนั้นตั้งอยู่ริมผาซึ่งมีความสูงกว่า 900 เมตร ในเขตเมืองพาโร ด้วยความสูงเทียมฟ้าเช่นนี้เอง ทำให้วัดนั้นอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกสีขาวที่ล้อมรอบวัด อีกทั้งยังสามารถชมวิวสวย ๆ ด้านล่างได้อย่างชัดเจนในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่หมู่มวลดอกไม้ต่างพากันชูช่อสวยงาม ด้านประวัติความเป็นมานั้น มีตำนานเล่าว่า แต่ก่อนพื้นที่บริเวณนี้จะถูกสร้างเป็นวัดนั้นท่านกูรูรินโปเช ( Guru Rinpoche) หรือท่านคุรุปัทมะสัมภวะ (Guru Padmasambhava) คนภูฏานจะเรียกท่านว่า กูรูรินโปเช (ท่านกูรูรินโปเชในแถบประเทษทิเบต ภูฏาน เนปาล และบางส่วนในประเทศอินเดียในแถบเทือกเขาหิมาลัยนั้นถือว่าท่าเหมือนพระพุทธเจ้าองที่สอง โดยตามวัดต่างๆที่ภูฏานจะมีรูปปั้นของท่านแทบทุกวัด) ได้ขี่หลังเสือมาเหยียบแผ่นดินภูฏานครั้งแรกและบำเพ็ญเพียรอยู่ในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา สามปี สามเดือน สามอาทิตย์ สามวัน สามชั่วโมง


     ทานอาหารที่ Café บนเขาทักซัง
    เมื่อลงมาถึงด้านล่างครบทุกคนแล้วเราจะพาท่านเข้าสู่โรงแรมเพื่ออาบน้ำพักผ่อนก่อนและเตรียมตัวเพื่อรับประทานอาหารและดูการแสดงระบำพื้นบ้านและแสดงระบำหน้ากาก (สำหรับกรุ๊ปที่ 10 ท่านขึ้นไป)
     รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
    พักโรงแรม Olathang หรือเทียบเท่า

     

  •   วันที่ 5 เมืองพาโร - กรุงเทพ

    เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    เดินทางกลับสู่ กรุงเทพ – สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Bhutan Airline(B3) ออกเดินทาง 10:35 น โดยเที่ยวบินที่ B3 700 ถึงกรุงเทพเวลา 16:05 น
     

  •   เงื่อนไขการจอง การยกเลิก

    บริษัทขอสงวนสิทธิ์:
    1. ในการเปลี่ยนแปลงราคา เหตุมาจากอัตราแลกเปลี่ยนและราคาตั๋วเครื่องบินหรือประกาศจากรัฐบาลประเทศภูฏาน
    2. การเดินทางแต่ละครั้งจะต้องมีผู้เดินทางอย่างน้อย 10 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวนดังกล่าว บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเลื่อนการเดินทาง
    3. ในกรณีที่คณะออกเดินทางต่ำกว่า 10 ท่าน แต่ไม่ต่ำกว่า 4 ท่าน จะไม่มีหัวหน้าทัวร์เดินทางจากประเทศไทย แต่ยังท่านสามารถเดินทางด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเพิ่มเงิน โดยมีไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถ(พูดภาษาอังกฤษ)ที่รับรองโดยรัฐบาลภูฏานให้การบริการท่านตลอดการเดินทาง
    4. เมื่อทำการออกตั๋วเครื่องบินแล้วและมีการยกเลิกไม่ว่ากรณีใดๆทางบริษัทไม่สามารถทำการรีฟันด์ตั๋วได้เนื่องจากเงื่อนใขของสายการบิน
    5. เปลี่ยนแปลงเวลาบินตามสายการบินโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เนื่องจากภูฏานมีเพียงสองสายการบินและมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบินอย่างต่อเนื่อง
    6. การแสดงระบำหน้ากากสำหรับ 10 ท่านไป หากไม่ครบสามารถชำระเงินเพิ่มเติมกรุ๊ปละ USD120
    อัตราค่าบริการนี้รวม:
    1. ตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-พาโร-กรุงเทพฯ ชั้น Economy และ ค่าภาษีสนามบินโดยสายการบิน Druk Air หรือ Bhutan Airlines (B3)
    2. โรงแรมที่พัก 4คืน พร้อมอาหารเช้า ตามโปรแกรมที่ระบุด้านบน
    3. ค่าอาหารทุกมื้อตามระบุในรายการ
    4. น้ำดื่มวันละ 3 ขวด ต่อ 1 ท่าน
    5. ค่าขี่ม้าขึ้นทักซัง (หากไม่ขึ้นม้าไม่สามารถคืนค่าม้าได้)
    6. ค่ายานพาหนะและค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆตามที่ระบุไว้ในโปรแกรม
    7. ค่าที่พักโรงแรม (พักห้องละ 2 ท่าน) โดยใช้โรงแรมที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลภูฏาน (3 ดาวหรือเทียบเท่า)
    8. ค่าวีซ่าเพื่อเข้าประเทศ USD $40
    9. ค่า Development Fee USD $65 ต่อคน/ต่อวัน (รวมทั้งสิ้น 260 USD)ที่ทางรัฐบาลภูฏาน เรียกเก็บกับนักท่องเที่ยว
    10. ค่าพาหนะในการนำเที่ยวและค่าเข้าชมสถานที่ตามระบุไว้ในโปรแกรม
    11. ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่น(พูดภาษาอังกฤษ)ที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทาง
    12. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงินท่านละ 1,000,000.-บาท (ข้อตกลงเป็นไปตามบริษัทประกัน)
    13. ค่าหัวหน้าทัวร์ไทยที่คอยบริการและดูแลตลอดการเดินทาง สำหรับคณะเดินทางตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป
    อัตราบริการนี้ไม่รวม:
    1. ราคาทัวร์นี้ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ ค่าบริการหัก ณ ที่จ่าย 3 % (สำหรับท่านที่ต้องการใบกำกับเท่านั้น)
    2. ค่าทิปไกด์ท้องถิ่นและคนขับรถภูฏาน (ทั้งหมด 5 วัน = USD $30
    3. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย ท่านละ 300 บาท
    4. ค่าบริการอาบน้ำแร่ Premium Hot Stone Bath
    5. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ , ค่าโทรศัพท์ , ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
    6. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

     

ติดต่อเรา

SDTY-TOUR.COM

ชั้น 5 ห้อง 502 อาคาร เอส แอนด์ บี ทาวเวอร์(S & B Tower) เลขที่ 68-68/6 ถ.ปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม 10500

admin@sdty-tour.com

02-2352434 , 02-2352535 , 02-2352636 , ทอมมี่ 097-2508173 , แฟง 099-4461729 , แพรว 088-0112101

เวลาทำการ:
จันทร์ - ศกร์ (8:30-17:30)

ทัวร์ต่างประเทศ

ทัวร์ในประเทศ


© 2019 SDTY TOUR CO.,LTD. All Rights Reserved. ออกแบบเว็บไซต์บริษัททัวร์ By Webunique

Top

About

Contact

Call