ใบอนุญาต 11/07420
@sdtytour     02-2352534 , 085-5039888     จันทร์-ศุกร์ 8:30-17:30 น

ทัวร์ยุโรป EUR04 มหัศจรรย์ Grand Italy

ช่วงเวลาการเดินทาง

ช่วงวันที่เดินทาง: ผู้ใหญ่
02 พ.ย. 2562 - 09 พ.ย. 2562 59,900 บาท 59,900 บาท 65,900 บาท จอง
02 ธ.ค. 2562 - 09 ธ.ค. 2562 59,900 บาท 59,900 บาท 65,900 บาท จอง

รายละเอียดการเดินทาง

  •   วันแรก กรุงเทพ • สุวรรณภูมิ • สนามบินนานาชาติดูไบ

    18.00 น.            พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชั้น 4 ประตู 8 Row T เคาท์เตอร์สายการบินเอมิเรตส์

    Emirate Airline (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน
     
    20.35 น.            ออกเดินทางสู่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์โดยเที่ยวบิน EK 373 *บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง* (ใช้เวลาบิน 6 ชั่วโมง 10 นาที)
  •   วันที่สอง สนามบินนานาชาติดูไบ• มิลาน • เมืองวาเลนน่า • เมืองเบลลาจีโอ้ • ทะเลสาบโคโม่ • วิลลาเดลบัลเบียเนลโล • มหาวิหารดูโอโม่ • กัลเลรีอาวิตโตรีโยเอมานูเอเลเซคอนโด

     00.50 น.            ถึงสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) ให้ท่านผ่อนคลายอริยบทระหว่างรอเวลาเปลี่ยนเครื่อง

    03.35 น.            ออกเดินทางสู่มิลาน ประเทศอิตาลี เที่ยวบินที่ EK101 **บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง** (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง)
    08.15 น.            ถึง ท่าอากาศยานมิลาโนมัลเปนซา (Aeroporto di Milano-Malpensa) เมืองหลวงแห่งแฟชั่น และอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันตกในยุคของพระเจ้าคอนสแตนติน ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชม.)
    จากนั้น              ออกเดินทางสู่ เมืองวาเลนน่า (Varenna) (ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.) เมืองอันเป็นจุดเริ่มต้นในการชมความงามของ ทะเลสาบโคโม่ (Como Lake) ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางเหนือของประเทศอิตาลี ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดของประเทศอิตาลี บ้างก้ว่าสวยที่สุดในยุโรปเลยทีเดียว พาท่านล่องเรือทะเลสาบไปยัง เมืองเบลลาจีโอ้ (Bellagio) ที่อยู่บริเวณสันดอนทอันเป็นจุดแยกของทะเลสาบ บ้านเรือนและร้านรวงที่ดูแต่งแต้มด้วยโทนสีเหลืองโทนเดียวกัน จากที่นี่ท่านจะได้เห็นวิลล่า หรือบ้านพักสุดหรูริมทะเลสาบเรียงรายกัน โดยแต่ก่อนนั้นถือเป็นที่บ้านพักตากอากาศของเหล่าชนชั้นสูง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโรงแรม หรือบ้านของเหล่าเซเลปดังๆ ของโลก
    จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองเลนโน่ (Lenno) อันเป็นที่ตั้งของ วิลลาเดลบัลเบียเนลโล (Villa del Balbianello) วิลล่าที่โด่งดังที่สุดของทะเลสาบโคโม่ เนื่องจากเป็นฉากถ่ายทำภาพยนต์ระดับตำนานถึง 2 เรื่อง นั่นคือ สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 2 กองทัพโคลนส์จู่โจม (Star Wars: Episode II - Attack of the Clones) ที่ออกฉากในปี 2002 และอีกเรื่องนั่นคือ 007 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก (James Bond 007 Casino Royale) ในปี 2006 โดยฉากที่เป็นที่จำจดของวิลล่าแห่งนี้คือระเบียงหินที่ยื่นออกจากตัวอาคารและทัศนียภาพของทะเลสาบที่ทอดยาวสุดสายตา
     
    เที่ยง                 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    จากนั้น              เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองแห่งแฟชั่น เมืองมิลาน (Milan) (ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม.) พาท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า มหาวิหารมิลาน(Duomo di Milano) หนึ่งในโบสถ์ศริสต์สถาปัตยกรรมกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในวิหารเชื่อกันว่ามีการบรรจุหมุดตรึงไม้กางเขนของจริงที่ใช้ในการประหารชีวิตพระเยซูอยู่ ตัวอาคารสีขาวโด่ดเด่น สูง 157 เมตร กว้าง 92 เมตร ประกอบด้วยยอดแหลม 135 ยอด จุดสูงสุดของอาคารเป็นรูปปั้นพระแม่มารีย์ทำจากทองสัมฤทธิ์สูง 4 เมตร บริเวณด้านหน้าตกแต่งด้วยรุปสลักหินอ่อนที่วิจิตเป็นอย่างยิ่ง มหาวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1386 โดยตระกูลวิสคอนดิ และใช้เวลาในการสร้างถึง 579 ปี โดยก่อสร้างที่เสร็จสมบูรณ์ในปี 1965  จากนั้น  ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับช้อปปิ้งอาเคทที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่กัลเลรีอาวิตโตรีโยเอมานูเอเลเซคอนโด (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่อัดแน่นไปด้วย แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ที่บางแบรนด์นั้นก็ยังถือกำเนิด ณ เมืองแห่งนี้ อาทิ Prada, Versace, Armani, Dolce & Gabbana, Valentino รวมไปถึงแบรนด์เนมที่คุ้นหูอีกมากมาย อย่าง Gucci, LOUIS VUITTON, Swarovski เป็นต้น
     
    ค่ำ                 รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารจีน
    ที่พัก               NH Milano Fiera หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สาม เวนิส • แกรนด์ คาแนล • จัตุรัสเซ้นท์ มาร์ก • พระราชวังดอร์จ • นั่งเรือกอนโดล่า • เมืองโบโลญญ่า

     เช้า                 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    จากนั้น              เดินทางไปยัง เมืองเวนิส (Venice) (ใช้เวลาประมาณ 3.30 ชั่วโมง) เมืองที่ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก ตั้งอยู่ในแคว้นเวเนโต ทางตะวันออกของอิตาลี โดยเวนิสนั้นเกิดจากเกาะเล็กๆในบริเวณทะเลสาบเวนิเทียที่ถูกเชื่อมเขาด้วยกัน โดยมีแกรนด์คาเนล (Grand Canal) เป็นคลองหลักของเมือง
     
    เที่ยง              บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น ด้วยเมนูพิเศษ สปาเก็ตตี้เส้นหมึกแบบเวนิส
    จากนั้น            พาท่านนั่งเรือสู่เวนิส (ใช้เวลาประมาณ 30 นาที) ไปยังบริเวณ จัตุรัสเซ็นท์ มาร์ค (St. Mark's Square) ที่จักรพรรดินโปเลียนยกย่องว่าเป็นห้องรับแขกที่สวยที่สุดของยุโรป และยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิหารซันมาร์โก (San Marco Basilica)มหาวิหารประจำเขตอัครบิดรเวนิส สร้างขึ้นในแบบสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ซึ่งหาได้ยากในปัจจุบัน เนื่องจากถูกทำลายไปเกือบหมดสิ้นในครั้งที่ออกโตมันเข้ายึด แต่วิหารแห่งนี้อยู่ไกลจากเขตสงครามมาก เป็นที่เก็บอัฐินักบวชมาร์โกแห่งอเล็กซานเดรียที่ชาวเวนิสนำมา ซึ่งภายในโบสถ์นั้นจะมีภาพโมเสกบอกเล่าเรื่องราวในครั้งนั้นอยู่ โดยเซ็นท์มาร์โกถือว่าเป็นนักบวชที่สำคัญในการเผยแพร่ศาสนาในสมัยศตวรรษที่ 5
    สำหรับตัวมหาวิหารจะเชื่อมกับ พระราชวังดอร์จ (Doge's Palace) พระราชวังแบบเวนิส-โกธิคที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประทับของดยุคแห่งเวนิสครั้งที่เมืองนี้ยังเป็น สาธารณะรัฐเวนิส ก่อนได้รับการปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์และเปิดอย่างเป็นทางการในปี 1923 และยังมี หอระฆังซันมาร์โก (St Mark's Campanile) หอระฆังสูง 98.6 เมตร โดยอิงการสร้างจากรูปแบบเดิมในปี 1514 และพังทลายลงในปี 1902 ไม่ไกลกันจะเป็นที่ตั้งของ สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) สะพานซุ้มโค้งที่เชื่อมระหว่างพระราชวังดอร์จและเรือนจำ โดยสาเหตุที่ได้ชื่อว่าสะพานถอน หายใจนั้นมีอยู่หลายเรื่องเล่า ไม่ว่าจะเป็นการถอนหายใจของนักโทษที่กำลังเดินผ่านสะพานแห่งนี้ซึ่งทราบดีว่า แสงอาทิตย์ที่สาดผ่านเข้ามาจะเป็นแสงสุดท้ายก่อนที่ตนใจเข้าเรือนจำ บ้างก็ว่ามีคู่รักคู่หนึ่งได้นั่งเรือกอนโดร่ามาที่บริเวณสะพานแห่งนี้ได้จุมพิตกันและถอนหายใจด้วยความสุขที่รักของตนจะเป็นนิรันดร์ แต่เรื่องที่ทำสะพานนี้โด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้น นักรักบันลือโลกแห่งเวนิสอย่าง จิอาโคโม จิโรลาโม คาสโนวา ซึ่งเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถออกจากเรือนจำแห่งนี้ได้ โดยเรื่องราวของชายหนุ่มมากด้วยวาทะศิลป์คนนี้ถูกตีพิมพ์และโด่งดังในปี 1855 และถูกทำเป็นภาพยนตร์ในปี 2005 หากท่านสนใจนั่งเรือกอนโดล่า สามารถแจ้งทางหัวหน้าทัวร์เพื่อประสานงานให้ได้ ทั้งนี้ไม่แนะนำให้ท่านติดต่อกับเรือเองเพื่อความปลอดภัยของท่านเนื่องจากอาจมีมิจฉาชีพแอบแฝงตัวมา  จากนั้น   เดินทางสู่ เมืองโบโลญญ่า (Bologna) (ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง) เมืองหลักของแคว้นเอมีเลีย-โรมัญญา อีก 1 เมืองสุดคลาสสิคอันเป็นที่ตั้งของ Alma Mater Studiorum มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งในปี 1088 ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเปิดทำการอยู่
     
    ค่ำ                     รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    ที่พัก                 NH Bologna Villanova หรือเทียบเท่า
  •   วันที่สี่ เมืองโบโลญญ่า • ลา สปีเซีย • ชิงเคว แทร์เร • มานาโรร่า • ปิซ่า

     เช้า        บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    พาท่านชม จัตุรัสแมกจิโอเร่ (Piazza Maggiore) ที่ถือเป็นใจกลางเมืองประกอบไปด้วยสิ่งปลูกสร้างสำคัญมากมาย อาทิ มหาวิหารซาน เปโตรนิโอ มหาวิหารโกธิคขนาดใหญ่ โบสถ์ ซานตามาเรีย เดล วีต้า โบสถ์คาทอลิกที่แทรกตัวอย่างกลมกลืนกับตัวเมือง รวมไปถือ หอคอยคู่ ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ โดยสร้างขึ้นมาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 10 เพื่อแสดงความมีอำนาจของ 2 ตระกูลใหญ่ที่ปกครองเมืองในขณะนั้น  จากนั้น  พาท่านเดินทางสู่ เมืองลา สปีเซีย (La Spezia) (ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง) แคว้นลิกูเรีย รีเวียร่าแห่งอิตาลี ตั้งอยู่ทาตะวันตกของอิตาลี เมืองอันเป็นจุดเริ่มต้นในการเที่ยวชมมรดกโลก ชิงเคว แทร์เร (Cinque Terre) 5 หมู่บ้านชาวประมงแสนงามริมหน้าผาที่มีภูมิทัศน์โดดเด่นไม่เหมือนใคร อายุกว่า 1,300 ปี ประกอบไปด้วยหมู่บ้าน Monterosso , Vernazza , Corniglia , Manarola และ Riomaggiore ด้วยลักษณะบ้านเรือนที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าผาริมทะเล มีสีสันที่ฉูดฉาดแปลกตาไปจากเมืองอื่นๆในอิตาลี ทำให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ไม่พลาดไม่ได้ โดยคำว่าชิงเคว แทร์เรนั้นแปลรวมๆ ได้ว่า Five Land หรือ แผ่นดินทั้ง 5 นั่นเอง
     
    เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    พิเศษสุด ! พาท่านขึ้นรถไฟชม 2 หมู่บ้านที่เข้าถึงง่ายและสวยงาม นั่นคือ มานาโรร่า (Manarola) หมู่บ้านที่เป็นดั่งหน้าปกโปรโมทหมู่บ้านมรดกโลกแห่งนี้ เพราะมักจะเป็นหมู่บ้านแรกๆ ที่คนจะนึกถึง ด้วยภาพลักษณ์จุดเด่นของวิวบ้านเรือนหลากสีสันตั้งลดหลั่นกันตามแนวหน้าผาตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียว งดงามเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นพาท่านเยือนอีก 1 หมู่บ้าน นั่นคือ ริโอมัจจอร์เร (Riomaggiore) ซึ่งตั้งอยู่ถัดจากมานาโรร่าไปเพียงเล็กน้อย เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของ ชิงเคว แทร์เร มีร้านรวงต่างๆ ตั้งเรียงรายตลอด ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของ Hand made เสื้อผ้า ของที่ระลึก ร้านอาหาร รวมไปถึงเจลลาโต้ ไอศกรีมไขมันต่ำต้นตำหรับจากแดนพาสต้าแห่งนี้ พาท่านเดินทางไปยัง เมืองปิซ่า (Pisa) (ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง) เมืองทางตะวันตกของฟลอเรนซ์ เมืองที่มี 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอยู่
     
    ค่ำ                     รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    ที่พัก                 Hotel Galilei หรือเทียบเท่า
  •   วันที่ห้า ปิซ่า • ฟลอเรนซ์ • จัตุรัสมีเกลันเจโล • สะพานเวคคีโอ้ • จัตุรัสซิญญอเรีย • มหาวิหารฟลอเรนท์

     เช้า                    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    จากนั้น              พาท่าน เข้าชม จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) อันเป็นที่ตั้ง หอเอนเมืองปีซ่า (Leaning Tower of Pisa) หอระฆังทรงกระบอก 8 ชั้น ที่สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวสูง 55.86 เมตร มีน้ำหนักประมาณ14,500 ตัน โดยเอกลักษณ์และสาเหตุที่ทำให้หอระฆังแห่งนี้ได้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนั้นคือการที่ตัวอาคารมีลักษณะเอียงไปทางเหนือประมาณ 3.97 องศา หอเอนแห่งปิซ่าแรกเริ่มสร้างในปี 1174 แต่เมื่อสร้างขึ้นไปเพียง 3 ชั้น ฐานอาคารก็เกิดการทรุดตัวลง เนื่องจากเนื้อดินในบริเวณนี้ไม่มีชั้นหินแทรก ประกอบกับตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำอาร์โน ทำให้ดินมีความชื้นและเหลวกว่าปกติ จนทำให้ต้องยุติการก่อสร้างไปกว่า 94 ปี จนกระทั่งปี 1272 สถาปนิกนาม จีโอวานี ดี ซีโมเน่ (Giovanni di Simone) ได้มาสานต่อด้วยเทคนิกการสร้างให้เพดานไม่เท่ากันเพื่อรักษาอาหารให้สมดุล แต่ก็ต้องยุติการก่อสร้างในปี 1284 จากภัยสงคราม ก่อนชั้นที่ 7 ของอาคารจะเสร็จในปี 1319 และตัวหอระฆังถูกเติมจนเสร็จสิ้นเมื่อปี 1372 นับเป็นเวลาร่วม 199 ปี นับจากวันที่เริ่มสร้าง โดยตัวอาคารเคยเอียงมากสุดถึง 5.5 องศา ในปี 1990 ให้ท่านได้ชมบริเวณรอบหอระฆังแห่งนี้พร้อมเก็บรูปเป็นที่ระลึก  จากนั้น   เดินทางสู่ เมืองฟลอเร้นซ์ (Florence) (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอิตาลี และเมืองหลวงของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เป็นเมืองซึ่งเป็นที่ถือกำเนิดของจิตรกรระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มีเกลันเจโล ลีโอนาโด ดาวินชี่ ราฟาเอล ซานตี และอีกมากมาย ขึ้นชมวิวมุมสูงจาก จัตุรัสมีเกลันเจโล (Piazzale Michelangelo) ที่สร้างขึ้นในปี 1869 บนเขาทางตอนใต้ของใจกลางเมือง จากตรงนี้ท่านสามารถเห็นเมืองฟลอเร้นซ์ทั้งเมืองที่มีแม่น้ำอาร์โนไหลผ่าน มี อาสนวิหารซันตามาเรียแห่งฟลอเรนซ์(Santa Maria del Fiore Cathedral) ศาสนสถานที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ขอยุโรป และเป็นอาคารที่สูงที่สุดในเมือง เด่นตระหง่านด้วยโดมสีส้มขนาดใหญ่ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าใช้เทคโนโลยีใดในการสร้าง โดยสถาปนิกที่สามารถทำได้สำเร็จก็คือ ฟิลิโป้ บัวเนเลสกี้ หลังจากตัวหลังคาถูกทิ้งให้โล่งกว่าร้อยปีและพาท่านเดินที่สะพานเวคคีโอ้ (Ponte Vecchio) สะพานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและเก่าแก่ที่สุดของเมือง โดดเด่นด้วยหน้าตา เพราะว่าไม่ใช่แค่สะพานธรรมดา แต่เป็นสะพานที่มีทั้งร้านค้า โรงเตี้ยม และร้านอาหารเรียงรายตลอดเส้นทาง
     
    เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน
                           พาท่านชมบริเวณ จัตุรัสซิญญอเรีย (Piazza della Signoria) จัตุรัสใจกลางเมืองรูปตัว L ด้านหน้าพระราชวังปาลาซโซ่ เวคคิโอ (Palazzo Vecchio) ถือเป็นจุดใจกลางทางประวัติศาสตร์ของฟลอเรนซ์ รายล้อมด้วยประติมากรรมที่โด่งดังมากมาย เช่น เพอซิอุสถือหัวเมดูซ่า จูดิธและโฮโลเฟอเนส รูปปั้นเดวิด(จำลอง) น้ำพุเนปจูน และรูปปั้นเฮอคิวลิสกับคาคอส เป็นต้น ซึ่งในทุกรูปปั้นนั้นล้วนมีความหมายให้ยำเกรงต่อตระกูลดิมิชี่ที่ทรงอิทธิพลในฟลอเรนซ์ในยุคเรเนสซองส์
     
    ค่ำ                     รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    ที่พัก                 The Gate Hotel หรือเทียบเท่า
  •   วันที่หก ฟลอเรนซ์ • โรม • วิหารพาทีออน • น้ำพุเทรวี่ • บันไดสเปน

     เช้า                    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    เดินทางสู่ศูนย์กลางการปกครองของอิตาลีที่ กรุงโรม (Rome) (ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองหลวงของประเทศ และเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโรมันที่รุ่งเรืองถือเป็นรากฐานของสังคมและวัฒนธรรมของชาติยุโรป ไม่ว่าจะเป็น ปฏิทินตามหลักสุริยะคติ กฎหมาย การประชุมในสภาในรูปแบบสาธารณรัฐ เป็นต้น
    เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น บริการท่านด้วยพิซซ่ามาการิต้า พิซซ่าต้นฉบับสไตล์อิตาลีที่บ่งบอก
    ความเป็นต้นตำหรับจากสีของธงชาติอิตาลี คือ สีแดงจากซอสมะเขือเทศ สีขาวจากชีส และสีเขียวจากออริกาโน่
    นำชม วิหารพาทีออน (Parthenon) โบสถ์ที่แต่เดิมนั้นเป็นศาสนสถานเหล่าศาสนาแพแกน และต่อมาได้ถูกดัดแปลงเป็นศริสตศาสนสถาน สร้างขึ้นราว 27 ก่อนศริสตกาล ตัวอาคารเดิมสร้างโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา ตัวอาคารนั้นเป็นหลังคาทรงโดมมีช่องตรงกล่งเรียกว่าชื่องโอคูลัส เป็นความเชื่อของชาวโรมันว่าเป็นช่องที่สื่อสารระหว่างมนุษย์และเทพเจ้า  จากนั้น    พาท่านชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) ที่มักกล่าวกันว่าเป็นน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งใน
    โลก แต่แท้จริงแล้วน้ำพุแห่งนี้เป็น 1 ใน จุดพักน้ำจากสะพานส่งน้ำเท่านั้น แต่ด้วยความสวยงามในรูปแบบสถานปัตยกรรมแบบบาโรก ตรงกลางมีรูปปั้นเนปจูนหรือเทพโพไซดอนพร้อมเหล่าอาชาอยู่ โดยที่มาของชื่อน้ำพุแห่งนี้นั้นมาจากหญิงชาวโรม นามเทรวี่ที่ได้บริจากพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นสาธารณะประโยชน์ บริเวณด้วยรอบยังมีร้านไอศครีมเจลาโต้
    รสเลิศ ของขึ้นชื่อของอิตาลีที่มีหลากหลายรส  ถัดกันไปไม่ไกล พาท่านเดินชมและถ่ายรูปบริเวณ บันไดสเปน (Spanish Steps) บันไดที่กว้างที่สุดในยุโรป เชื่อมระหว่างจัตุรัสสปังนา กับโบสถ์ทรีนิตี้ หากจุดโรแมนติกของปารีสคือหอไอเฟล บันไดสเปนก็เปรียบได้เช่นนั้น เพราะภาพยนตร์รักหลากหลายเรื่องที่ถ่ายทำในโรมนั้น ก็มักจะไม่พลาดที่จะให้คู่พระนางบอกรักหรือจุมพิตกันที่บันไดแห่งนี้ นอกจากนั้นยังมีสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายให้ท่านได้เลือกสรรค์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Louis Vuitton, Prada, Longchamp, Chanel, DIOR, Balenciaga เป็นต้น แต่หากสนใจชิมกาแฟเอสเปรสโซ่ต้นตำหรับ ก็มีร้านกาแฟมากมายให้ท่านได้ลิ้มลอง
     
    ค่ำ                     รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารจีน
    ที่พัก                 Hotel Capannelle หรือเทียบเท่า
  •   วันที่เจ็ด นครรัฐวาติกัน • มหาวิหารเซ้นท์ ปีเตอร์ • จัตุรัสนาเวอนอร์ • โครลอสเซียม (ด้านใน) • โรมัน ฟอรั่ม • Designer Outlet McArthurGlen • สนามบินนานาชาติฟูมิซิโน่

     เช้า                    บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    พาท่านสู่ นครรัฐวาติกัน (State of the Vatican City) นครแห่งคริสจักรที่อยู่ในกรุงโรม ถือเป็นศูนย์กลางของคริสศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกเป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ พาท่านชม มหาวิหารนักบุญปีเตอร์ (St. Peter’ Basilica) ศาสนสถานของคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่ฝังพระศพของพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่ถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการตรึงไม้กางเขนในสมัยของจักรพรรดิเนโร เมื่อปี ค.ศ. 68 ถือเป็นศูนย์รวมทั้งทางกายและทางในของวาติกัน โดยมหาวิหารแห่งนี้ได้สร้างทับวิหารหลังเดิมที่สร้างในสมัยศตวรรษที่ 4 ออกแบบโดยมีเกลันเจโลสุดยอดจิตกรร่วมสมัยกับดาวินชี่ ภายในถูกตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยหินอ่อน โดยมีประติมากรรมชื่อก้องโลกอย่าง ปีเอต้า (Pietà) เป็นรูปปั้นพระแม่นารีย์ทรงโอบอุ้มพระเยซูหลังจากสิ้นพระชนม์ ซึ่งทำจากหินอ่อนเพียงก้อนเดียวและใช้เวลาในการแกะสลัก 7 ปี  บริเวณด้านหน้าคือ จัตุรัสนักบุญปีเตอร์ (St. Peter's Square) ออกแบบโดย จาน ลอเรนโซ เบอร์นินี อีกหนึ่งประติมากรผู้ได้ฉายาว่า สามารถเสกหินอ่อนให้หายใจได้ จัตุรัสสามารถจุคนได้ประมาณ 60,000 คน ตรงกลางมีเสาโอบีสิสหินแกรนิตแดง สูง 25.5 เมตร จากอียิปต์ ซึ่งเป็นการแสดงถึงแสงยานุภาพของโรมันที่มีต่อประเทศในยุโรปและแถบเมดิเตอร์เรเนียนในขณะนั้น  จากนั้น   พาท่านชมภายใน โคลอสเซี่ยม(Colosseum)  หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ฟราเวียนแอมฟิเธียเตอร์ อีก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ต้นแบบของสนามกีฬาของโลก เป็นแหล่งบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโรมัน สร้างขึ้นในสมัยของจักพรรดิเวสปาเซียนในปี ค.ศ. 70 ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการในอีก 10 ปีต่อมาในสมัยพระเจ้าไททัส เป็นสนามกีฬาที่จะเป็นการประชันการต่อสู่ระหว่างเหล่านักรบกลาดิเอเตอร์ด้วยกันเอง และกับสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต ช้าง แรด เป็นต้น โดยบ้างก็กล่าวกันว่าการต่อสู้ในโคลอสเซี่ยมทำให้สัตว์บางชนิดแทบจะศูนย์พันธุ์เลยทีเดียว การสร้างอาคารแบบอัฒจันทร์กลม 3 ชั้นขนาดใหญ่แห่งนี้ยังถือว่าเป็นการผลิตซีเมนต์แห่งแรกๆ ของโลกอีกด้วย ถัดกันไม่ไกล พาท่านถ่ายรูปด้านหน้า กับ โรมันฟอรั่ม (Roman’s Forum) อดีตศูนย์กลางทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของอาณาจักรโรมัน โดยบริเวณนี้นั้นเป็นที่ตั้งของประตูชัย 2 แห่ง ที่เป็นต้นแบบของฝรั่งเศส นั่นคือ ประตูชัยคอนสแตนติน สร้างขึ้นในครั้งที่พระเจ้าคอนสแตนตินได้ชัยชนะเหนือพระเจ้าแมกเซนเทียส และประตูชัยไททัสที่สร้างขึ้นหลังจากได้รับชัยชนะเหนือเมืองเยลูซาเล็มในปีค.ศ. 81
                           
    เที่ยง                 บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย
                            พาท่านสู่ จัตุรัสนาโวนา (Piazza Navona) อันเป็นที่ตั้งของน้ำพุจตุมหานที ซึ่งเป็นการนำน้ำจากแม่น้ำที่สำคัญของโลกจาก 4 ทวีปมารวมที่นี่ ประกอบไปด้วย แม่น้ำคงคา แม่น้ำไนล์ แม่น้ำดานูบ และแม่น้ำพลาต้า แต่เดิมนั้นจัตุรัสแห่งนี้เคยเป็นสนามกีฬามาก่อน ปัจจุบันเป็นจุดศูนย์รวมของบรรดาศิลปินที่มักจะมาวาดและจำหน่ายรูปสวยๆ กันที่บริเวณนี้รวมไปถึงร้านรวง คาเฟ่ต์ เคล้ากับสถาปัตยกรรมแบบยุโรป ทำให้มีองค์ประกอบที่สวยงาม จากนั้น   พาท่านเดินทางสู่ Designer Outlet McArthurGlen ให้ท่านได้ใช้เวลาเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนม ทั้งในและนอกประเทศ ทั้ง Burberry Nike Fossil Superdry DIESEL Calvin Klein และอีกมากมาย
     
    อิสระอาหารเย็น เพื่อความสะดวกและไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้งของท่าน
    17.00          นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน (Aeroporto Leonardo da Vinci di Fiumicino) เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำการคืนภาษี (Vat Refund)
    20.50 น      ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ EK096 **บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง 

     

  •   วันที่เก้า ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ • อากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ

    05.30 น.            ถึงสนามบิน ท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) ให้ท่านผ่อนคลายอริยบทระหว่างรอเวลาเปลี่ยนเครื่อง

     

    08.55 น.            ออกเดินทางสู่อากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เที่ยวบินที่ EK370 **บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง** (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมง)
     
    18.05 น.            ถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิด้วยความประทับใจ
  •   เงื่อนไขการจอง การยกเลิก

     อัตราค่าบริการรวม

    - ตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัด Economy Class ไป-กลับพร้อมกรุ๊ป (BKK-MXP/FCO-BKK) สายการบินเอมิเรตส์ Emirate Airlines (EK)
    - ภาษีน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่ง
    - ค่าระวางน้ำหนักกระเป๋าไม่เกิน 30 กก.กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง Hand Carry 7 กก.ต่อ 1 ใบ
    - ค่าที่พักโรงแรมตลอดการเดินทาง ระดับมาตรฐาน (พักห้องละ 2 ท่าน)
    - ค่าอาหารทุกมื้อตามรายการระบุ, น้ำดื่มบริการบนรถวันละ 1 ขวด/ท่าน
    - ค่าเข้าชมสถานที่ตามรายการระบุ
    - ค่ารถโค้ชรับ-ส่งสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการระบุ
    - ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์นำเที่ยวคนไทย
    - ทิปสำหรับคนขับรถและไกด์ท้องถิ่น ประมาณ 2 ยูโร/ท่าน/วัน
    - ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 50,000 USD / เงื่อนไขเป็นไปตามกรมธรรม์ เงื่อนไขประกันการเดินทาง ค่าประกันอุบัติเหตุและค่ารักษาพยาบาล คุ้มครองเฉพาะกรณีที่ได้รับอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง ไม่คุ้มครองถึงการสูญเสียทรัพย์สินส่วนตัวและไม่คุ้มครองโรคประจำตัวของผู้เดินทาง
     
    อัตราค่าบริการไม่รวม
    - ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และ หัก ณ ที่จ่าย 3%
    - ค่าวีซ่าเชงเก้น 3,500 บาท / ท่าน
    - ค่าทำหนังสือเดินทางไทย และค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ
    - ค่าน้ำหนักกระเป๋าเดินทางในกรณีที่เกินกว่าสายการบินกำหนด 30 กิโลกรัมต่อท่าน
    - ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มพิเศษ,โทรศัพท์-โทรสาร,อินเตอร์เน็ต,มินิบาร์, ซักรีดที่ไม่ได้ระบุไว้ในรายการ
    - ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากความล่าช้าของสายการบิน,อุบัติภัยทางธรรมชาติ,การประท้วง,การจลาจล,การนัดหยุดงาน,การถูกปฏิเสธไม่ให้ออกและเข้าเมืองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและเจ้าหน้าที่กรมแรงงานทั้งที่เมืองไทยและต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัทฯ
    - ค่าทิปไกด์ หัวหน้าทัวร์ตามระเบียบธรรมเนียมวันละ 100 บาท รวมทั้งทริป 8 วัน 800 บาท/ท่าน
     
    เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
    1. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์คณะเดินทาง 20 ท่านขึ้นไป กรณีไม่ถึง 20 ท่าน ทางบริษัทจะขอเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกการเดินทาง หรือเปลี่ยนแปลงราคาค่าทัวร์เพิ่ม เพื่อทำการออกเดินทาง โดยจะแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า 20 วันก่อนการเดินทาง
    2. กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้า ก่อนการเดินทาง พร้อมชำระมัดจำ 30,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระทันทีก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วันมิฉะนั้นถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ (ช่วงเทศกาลกรุณาชำระก่อนเดินทาง 45 วัน)
    3. กรณียกเลิก
    3.1 ยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทางต้องทำก่อนการเดินทาง 45 วัน บริษัทฯ จะคืนเงินค่ามัดจำให้ทั้งหมด ยกเว้นในกรณีวันหยุดเทศกาล,วันหยุดนักขัตฤกษ์ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินมัดจำโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
    3.2ยกเลิกการเดินทางหลังชำระเต็มจำนวนทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์การคืนเงินทั้งหมดโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
    4. กรณีเจ็บป่วย
    4.1 กรณีเจ็บป่วย จนไม่สามารถเดินทางได้ ซึ่งจะต้องมีใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรับรอง บริษัทฯจะทำการ
    เลื่อนการเดินทางของท่านไปยังคณะต่อไปแต่ทั้งนี้ท่านจะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถยกเลิกหรือเลื่อนการเดินทาง
    ได้ตามความเป็นจริง
    5.กรณีที่ท่านมีเดินทางบินภายในประเทศและต้องออกตั๋วภายใน เช่น (ตั๋วเครื่องบิน,ตั๋วรถทัวร์,ตั๋วรถไฟ) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ทุกครั้งก่อนทำการออกตั๋วหรือชำระค่าทัวร์เนื่องจากสายการบินอาจมีการปรับเปลี่ยนไฟล์ทบินหรือเวลาบินโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี
    6. ในการจองทัวร์ควรเผื่อเวลาจองทัวร์อย่างน้อย 40-45 วัน ก่อนวันเดินทางที่ระบุไว้ เนื่องจากมีผลในการจองคิววีซ่า ในกรณีที่ท่านทำการจองเข้ามาล่าช้ากว่าที่กำหนดไว้ รบกวนสอบถามทางเจ้าหน้าที่อีกครั้ง
    7. หลังการจองทัวร์ 20 วัน กรุณาแนบสแกนCOPY หน้าพาสปอร์ตและใบกรอกข้อมูลคำร้องในการขอยื่นวีซ่าส่งกลับมา เพื่อกรอกข้อมูลขอคิวในการยื่นวีซ่า
    8. กรณีท่านยกเลิกการเดินทาง อันเนื่องมาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะของท่านไม่ได้รับการพิจารณาวีซ่าไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ซึ่งเป็นการพิจารณาจากสถานฑูตฯ ให้ถือเป็นการยกเลิกตามเงื่อนไข ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี
    9. กรณีท่านไม่ได้รับการพิจารณาวีซ่าไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ซึ่งเป็นการพิจารณาจากสถานฑูตฯ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบทุกกรณี

ติดต่อเรา

SDTY-TOUR.COM

ชั้น 5 ห้อง 502 อาคาร เอส แอนด์ บี ทาวเวอร์(S & B Tower) เลขที่ 68-68/6 ถ.ปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม 10500

admin@sdty-tour.com

02-2352434 , 02-2352535 , 02-2352636 , 085-5039888

เวลาทำการ:
จันทร์ - ศกร์ (8:30-17:30)

ทัวร์ต่างประเทศ

ทัวร์ในประเทศ


© 2019 SDTY TOUR CO.,LTD. All Rights Reserved. เขียเว็บโดย Webunique

Top

About

Contact

Call