ใบอนุญาต 11/07420
@sdtytour     02-2352534 , 085-5039888     จันทร์-ศุกร์ 8:30-17:30 น

ทัวร์โมร็อคโค Highllight Morocco

 ราคาเด็กโปรดสอบถาม

ช่วงเวลาการเดินทาง

ช่วงวันที่เดินทาง: ผู้ใหญ่
21 ก.ย. 2562 - 30 ก.ย. 2562 66,900 บาท 66,900 บาท 75,400 บาท จอง
12 ต.ค. 2562 - 21 ต.ค. 2562 66,900 บาท 66,900 บาท 75,400 บาท จอง
07 ธ.ค. 2562 - 16 ธ.ค. 2562 66,900 บาท 66,900 บาท 75,400 บาท จอง
21 ธ.ค. 2562 - 30 ธ.ค. 2562 66,900 บาท 66,900 บาท 75,400 บาท จอง

รายละเอียดการเดินทาง

  •   วันแรก กรุงเทพฯ - อิสตันบูล (ตุรกี)

    20.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นระหว่างประเทศขาออก (ชั้น 4) ณ เคาน์เตอร์ สายการบินการ์ต้า พบกับเจ้าหน้าที่บริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก ทางเข้าหมายเลข 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบิน Qatar Airways โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อํานวยความสะดวกตลอดขั้น ตอนการเช็คอิน และ หัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนําเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง 

  •   วันที่สอง อิสตันบูล - คาซาบลังก้า - มาราเกซ

    01.20 น. ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด เมืองโดฮา ประเทศกาต้าร์ โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR837
    ** ใช้เวลาบินประมาณ 6 ชั่วโมง 50 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
    05.25 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด เมืองโดฮาประเทศกาต้าร์ ** เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง **
    09.05 น. นําท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติมูฮมัมดั ฟิฟท์คาซาบลงักา เมืองคาซาบลังกา ประเทศโมร็อกโค โดยสายการ บิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR1397
    ** ใช้เวลาบิน ประมาณ 8 ชั่วโมง 30 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
    15.40 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติมูฮมัมดัฟิฟท์คาซาบลงักา (Casablanca) ประเทศโมร็อกโคนําท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 6 ชั่วโมง **
    จากนั้น นำท่านเดินทางต่อไปยัง กรุงมาราเกซ (ระยะทาง 244 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชั่วโมง) เมืองท่องเที่ยวที่สําคัญ ตั้งอยู่แถบเชิงเขาแอตลาส ในอดีตเมืองโอเอซิสแห่งนี้เป็นที่พักของกองคาราวานอูฐ ที่มาจากทางตอนใต้ของโมร็อคโค ถือเป็นเมือง ชุมทางของพ่อค้าต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอดีตเมืองหลวงในช่วงสมัยราชวงศ์อัลโมราวิด ช่วงศตวรรษที่ 11ปัจจุบันเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด สภาพบ้านเมืองที่เราเห็นได้คือ สองข้างทางแวดล้อมด้วยบ้านเรือนที่ถูกฉาบด้วยปูนสีส้มๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลกําหนดไว้ แต่คนท้องถิ่นจะเรียกว่าPink City หรือ เมืองสีชมพู อาจกล่าวได้ว่ามาราเกชเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง จึงได้สมญานามว่าเป็น A City of Drama นั่นคือมีความสวยงามดั่งเมืองในละครที่ไม่น่าเป็นชีวิตจริงได้
    นำท่าน ท่านเยือน จัตุรัสกลางเมือง Jemaa - el Fnaa Square ที่มีขนาดใหญ่ รายล้อมไปด้วยอาคาร ร้านค้า ตลาด ทั้ง 4 ด้าน เดินเล่นถ่ายรูปความมีชีวิตชีวาที่มีสีสันและกลิ่นอายแบบโมรอคโคขนานแท้ พร้อมจับจ่ายหาซื้อของฝาก ของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ ได้ที่ ตลาดเก่า (Old Market) ที่อยู่รายรอบจัตุรัสอย่างเพลิดเพลิน
    ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
    ที่พัก ณ PALM MENARA HOTEL 4* หรือเทียบเท่า
     

  •   วันที่สาม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน - มัสยิดคูตูเบีย - พระราชวังบาเฮีย - เมเดอซาเบนยูเซฟ - เมืองวอซาเซท - ไอท์ เบน ฮาดดู

    เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    จากนั้น นําท่านชม สุสานแห่งราชวงศ์ซาเดียน (Saadian Tombs) เป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์และเหล่าเชื้อพระวงศ์ใน สมัยราชวงศ์ซาเดียน สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมากกว่า 2 ศตวรรษ ภายหลังได้รับการบูรณะ และเปิดให้เข้าชมความงดงามของงานศิลปะแบบมัวริช (Moorish) แท้ๆความวิจิตรอลังการของห้องโถงภายใน เสาคอลัมน์หินอ่อนสีสวย ลวดลายงานปูนที่ประดับประดาบนผนังและเพดาน
    ต่อมา นำท่านชมความงามของ มัสยิดคูตูเบีย (Koutoubia Mosque) ที่ใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไม่ว่าจะเดินไปแห่งใดในตัวเมืองก็จะเห็นมัสยิดนี้ได้จากหอวังที่มีความสูง 226 ฟิต (70 เมตร) นําท่านเดินทางไปเยี่ยมชม พระราชวังบาเฮีย (Bahia Palace) เป็นพระราชวังของท่านมหาอํามาตย์ผู้สําเร็จราชการแผ่นดินแทนยุวกษัตริย์ในอดีต สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดย SiMoussa สถาปัตยกรรมออกเป็นแนวสมัยใหม่ โดยที่ตั้งใจจะให้เป็นพระราชวังที่ยิ่งใหญ่และหรูหราที่สุดในสมัยนั้น แต่ด้วยความที่มีการวางแผนก่อสร้างและตกแต่งอย่างเร่งรีบ จึงเป็นที่วิจารณ์กันว่ารายละเอียดหลายๆอย่างในพระราชวังแห่งนี้ยังไม่สมบูรณ์ลงตัว พระราชวังมีการตกแต่งโดยการแกะสลักปูนปั้น (Stucco) มีการวาดลายบนไม้ และประดับประดาด้วยโมเสกเป็นลวดลายที่สวยงามละเอียดอ่อนมาก จากนั้นนําท่านชม Medersa Ben Youssef เป็นมหาวิทยาลัยอิสลามในมาราเกซ ตั้งตามชื่อ Almoravid sultan Ali ibn Yusuf (ค.ศ.1106-1142) กษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ขยายเขตเมืองและมีอิทธิพลเป็นอย่างมาก
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร

     

     

     


    จากนั้น นําท่าน เมืองวอซาเซท (ระยะทาง 198 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เมืองวอซาเซท (Ouarzazate) ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ ในปี ค.ศ.1928 ฝรั่งเศสได้ตั้งกองกําลังทหารและพัฒนาที่นี่ให้เป็นศูนย์กลางการบริหาร วอซาเซทเป็นเมืองถูกส่งเสริมให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยสตูดิโอภาพยนตร์ และมีการพัฒนาพื้นที่ในทะเลทรายเพื่อการทํากิจกรรมต่างๆ เช่นการขี่มอเตอร์ไซด์ อูฐกิจกรรมผจญภัยกลางทะเลทราย วอซาเซทอาจกล่าวได้ว่าเป็นจุดมุ่งหมายของนักท่องเที่ยวที่มองหาความแตกต่างและความผจญภัยที่หาไม่ได้จากที่ไหน วอซาเซทเป็นเมืองที่สําคัญที่สุดของทางตอนใต้ และที่นี่ยังเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ และตะวันออกกับตะวันออกสําหรับนักท่องเที่ยวบางคนที่ชอบรสชาติของความเป็นทางใต้ ณ จุดกึ่งกลางแห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสํารวจเมืองต่างๆได้ทุกวัน
    นําท่าน ไอท์ เบน ฮาดดู (Ait Benhaddou) เป็นเมืองที่ชื่อเสียงในเรื่องการหารายได้จากกองถ่ายทําภาพยนตร์กว่า 20 เรื่อง โดยเฉพาะป้อมที่งดงามและมีความใหญ่ที่สุดในโมรอคโคภาคใต้ คือ ป้อมไอท์ เบนฮาดดู “Kasbash of Ait Ben Hadou”เป็นป้อมหินทรายซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางสวนอัลมอนด์ เป็นปราสาทที่ใช้ในการถ่ายทําภาพยนตร์หลายเรื่อง ที่โด่งดังอาทิ Lawrence of Arabia, Jesus of Nazarethและ Gladiator ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ องค์การยูเนสโก
    ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
    ที่พัก ณ KARAM PALACE 4* หรือเทียบเท่า
     

  •   วันที่สี่ ป้อมทาเริท - ทอดร้ากอร์จ - เออร์ฟอร์ด - เมืองเมอร์ซูก้า

    เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นําท่าน ชม ป้อมทาเริท (Kasbah Taourirt) เป็นป้อมแห่งตระกูลกลาวี ภายใต้หมู่อาคารขนาดใหญ่ ซึ่งภายในประกอบด้วยห้องต่างๆ จํานวนมากซ่อนอยู่เชื่อมต่อกันด้วยถนนเล็กๆ และเส้นทางลับคดเคี้ยวตามอาคารที่เบียดเสียดกันจากนั้น นําท่านเดินทางสู่ ทอดร้ากอร์จ (Todra George) ชมความงามของช่องเขาที่ซ่อนตัวอยู่ในโอเอซิส ลําน้ำเกลือที่ไหลผ่านช่องเขา กับหน้าผาสูงชันแปลกตา เป็นแหล่งปีนหน้าผาสําหรับนักเสี่ยงภัยทั้งหลาย นําท่านเดินทางสู่ หุบเขาดาเดส (Dades Gorge) แนวเขาและธรรมชาติของหุบเขาที่ถูกกัดกร่อนจากแรงลม ทําให้หุบเขากลายเป็นรูปร่างต่างๆสวยงาม แวะชม โอเอซิส “Tinerhir” ชุมชน ที่เกาะกลุ่มอยู่รวมกัน ท่ามกลางความแห้งแล้ง ยังมีความชุ่มชื้นของโอเอซิสต้นปาล์ม เคยเป็นที่ตั้งของกองทหารที่เดินทางมาจากวอซาเซท
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร
    บ่าย ออกเดินทางต่อสู่ เออร์ฟอร์ด (Erfoud) ระหว่างทางจะผ่านโอเอซิส การทําระบบชลประทานใต้ดิน (เช่นเดียวกับเส้นทางสายไหมแถบเมืองทรูฟานในประเทศจีน) ….เปลี่ยนรถเป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 นั่งคันละ 5- 6 คนให้ทุกท่านนำสัมภาระ (ใบเล็ก) เพื่อเดินทางเข้าไปยังทะเลทรายซาฮาร่า ยังที่พักโรงแรมกลางทะเลทราย เมืองเมอร์ซูก้า (Merzouga) (ใช้เวลา 45 นาที) ผ่านเนินทะเลทราย ผ่านภูเขาหิน ที่เต็มไปด้วยซากฟอสซิล ของหอย และ แมงกะพรุนโบราณ ในอดีต เมื่อประมาณ 350 ล้านปีก่อน ดินแดนแห่งนี้เคยอยู่ใต้ท้องทะเลต่อมาเมื่อแผ่นดินผุดขึ้นมา จึงเกิดซากฟอสซิลขึ้นมากมาย นำท่าน ขี่อูฐชมเพื่อชมพระอาทิตย์ตกดิน ที่เนินทรายในทะเลทรายซาฮาร่า ทะเลทรายซาฮาร่า (SAHARA DESERT) เป็นทะเลทรายที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในโลกคือ มีเนื้อที่ประมาณ 9.3 ล้านตารางกิโลเมตร (ใหญ่เท่าอเมริกาทั้งประเทศ) และตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ทะเลทรายซาฮาร่ามีสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการดำรงอยู่ของชีวิตมนุษย์ สัตว์ หรือพืช เพราะฝนตกน้อยมาก และพื้นที่ไม่เหมาะแก่การเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ หากมีสัตว์และพืชพันธุ์ใดที่สามารถเติบโตในทะเลทรายได้ ก็ต้องปรับตัวกันอย่างมาก เช่นเดียวกับมนุษย์ที่ต้องหาวิธีในการใช้ชีวิตให้อยู่รอดได้ ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศยามเช้าในทะเลทรายซาฮาร่า จากสภาพการไร้ฝนและอุณหภูมิที่ร้อนจัดในทะเลทรายมีผลทำให้ความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศเหนือทะเลทราย เกือบเป็นศูนย์ตลอดปี ชมพระอาทิตย์ขึ้นจากบนเนินทราย ซึ่งเป็นภาพที่สวยงาม น่าประทับใจ ได้เวลานำท่านขี่อูฐกลับสู่โรงแรมที่พัก
    ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
    ที่พัก ณ PLAMERAS Y DUNAS 4* หรือเทียบเท่า
     

  •   วันที่ห้า พิพิธภัณฑ์ฟอสซิล - บลูเมสกี - เมืองอิเฟรน - เมืองเฟซ

    เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่าน นั่งรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4 ออกจากทะเลทรายซาฮาร่ามุ่งหน้าสู่ เมืองเออร์ฟูด์ (Erfoud) เปลี่ยนเป็นรถโค้ช..จากนั้น นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ฟอสซิล (the fossil museum) ชมซากหรือร่องรอยของสิ่งมีชีวิตในอดีต ที่ถูกทับถมไว้ในชั้นหิน เช่น ซากพืช ปลา หอย ไดโนเสาร์ บางชนิดสูญพันธุ์ไปแล้ว บางชนิดยังมีวิวัฒนาการต่อจนถึงปัจจุบัน เช่นบราคิโอพอดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว และปะการังมีทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน ฟอสซิลนั้นสามารถบอกอะไรได้หลายอย่าง ทั้งสภาพแวดล้อมในอดีตว่าสัตว์นั้นๆเคยอยู่อาศัยในสิ่งแวดล้อมอย่างไร บอกลำดับการตกตะกอนของชั้นหินได้ด้วยทั้งยังบอกลำดับการวิวัฒนาการของสัตว์แต่ละชนิด บอกได้ถึงการอพยพโยกย้ายของสัตว์แต่ละกลุ่ม รวมทั้งการเคลื่อนที่ของแผ่นทวีปได้อีกด้วย
    จากนั้น ได้เวลาพอสมควรออกเดินทางสู่ เมืองเฟซ (FES) เส้นทางผ่านเทือกเขาแอทลาส สองข้างทางเปลี่ยนสภาพจากความแห้งแล้งเป็นป่าไม้พุ่มสลับกับความแห้งแล้งของภูเขา ผ่าน Ziz Valley ก่อนข้าม Middle Atlas นำท่านชม บลูเมสกี (Blue Meski) โอเอซิสกลางทะเลทราย
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคารเมืองมิเดล (Midelt)
    บ่าย เดินทางต่อสู่ เมืองเฟส ระหว่างทางแวะชม เมืองอิเฟรน (Ifrane) เป็นเมืองพักตากอากาศบนความสูงกว่า 1,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลซึ่งในอดีตฝรั่งเศสได้มาสร้างเมืองขึ้นบริเวณนี้ เป็นสถานที่พักผ่อนทั้งฤดูหนาวและฤดูร้อนบ้างก็เรียกเมืองอิเฟรนว่า เจนีวาแห่งโมรอคโค หรือ “สวิตเซอร์แลนด์แห่งโมรอคโค” บ้านส่วนใหญ่มีหลังคาสีแดง มีดอกไม้ และทะเลสาบสวยงาม นำท่านเดินเล่นภายในเมืองและเก็บภาพบรรายากาศอันสวยงามอีกแห่งของโมรอคโค ถ่ายรูปกับอนุสรณ์สิงห์โตหิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนสิงห์โตตัว สุดท้ายที่ถูกล่าจนหมดไปจากเทือกเขาแห่งนี้



    จากนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเฟส ระยะทาง 200 กม. ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2.45 ชม. เสน่ห์อันสุดแสนจะคลาสสิกของโมร็อคโค ดินแดนแห่งกลิ่นอายทางวัฒนธรรมอันคลาสสิก การย้อนเวลาเพื่อทวงถามถึงประเพณี และวัฒนธรรม เฟส เป็นเมืองแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เขตเมืองเก่าซึ่งเรียกกันว่า “เมดินา” (คำว่า เมดินา แปลว่า เมืองแต่โดยทั่วไปมักหมายถึงเขตเมืองเก่า) เมืองเฟส มีกำแพงเมืองโบราณโดยรอบสีฟ้า (Blue Gate) ซึ่งสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมของศิลปะอิสลาม มีลวดลายกระเบื้องเคลือบด้วยงานเซลลิช สีฟ้าสลับขาว เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป ก็เริ่มเป็นตรอกซอกซอยเล็กๆ มากมาย วกวนซับซ้อนอยู่ภายในคล้ายเขาวงกต กล่าวกันว่ามีถึง 1 หมื่นซอย
    ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
    ที่พัก ณ ATLAS VOLUBILIS 4* หรือเทียบเท่า
     

  •   วันที่หก เที่ยวชมเมืองเฟซ (ย่านเครื่องเทศ - เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย - น้ำพุธรรมชาติ - ชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน - บ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณ - ประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส - ชุมชนชาวยิว )

    เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่าน นำท่านเที่ยวชมเมืองเฟซผ่าน ย่านเครื่องเทศ (Souk El Attarine) ท่านจะได้สัมผัสทั้งรูป รสและกลิ่นในย่านเครื่องเทศที่มีการจัดเรียงสินค้าได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสวยงาม ชม เมเดอร์ซา บูอิมาเนีย (Merdersa Bou Imania) ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนพระคัมภีร์เป็นสถาปัตยกรรมแบบมัวร์ที่สวยงามประณีต ชม น้ำพุธรรมชาติ (Nejjarine Fountain) เพื่อให้ชาวมุสลิมให้ล้างหน้าล้างมือก่อนเข้าในบริเวณมัสยิด นอกจากนี้ที่ตามซอกมุมอาจเห็นภาพชายสูงอายุหนวดเครารุงรังนั่งแกะสลักไม้ชิ้นเล็กๆอยู่บริเวณตามทางเดินแคบๆในเขตเมืองเก่าบางทีเราก็ยังจะเห็นผู้หญิงที่นี่สวมเสื้อผ้าที่ปิดตั้งแต่หัวจนถึงเท้าจะเห็นได้ก็เฉพาะตาดำอันคมกริบเท่านั้น ชมสุเหร่าใหญ่ไคเราวีน (Kairaouine Mosque) ซึ่งเป็นทั้งมหาวิทยาลัยสอนศาสนาแห่งแรกของโมรอคโคและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยทีเดียว (เฉพาะผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามเท่านั้น)
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (Typical Riad restaurant)
    ชมย่านเครื่องหนังและแวะ ชมบ่อฟอกและย้อมสีหนังแบบโบราณประจำเมืองเฟส (ChouaraTannery)ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองเฟสและถูกอนุรักษ์โดยองค์กรยูเนสโกชม ประตูพระราชวังหลวงแห่งเฟส (TheRoyal Palace) ประตูทางเข้าพระราชวังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยและสง่างาม เป็นเอกลักษณ์แห่งราชวงศ์โมรอคโค บริเวณใกล้เคียงพระราชวังเคยเป็นที่อยู่ของชุมชนชาวยิวที่ทำรายได้ให้แก่ราชวงศ์ เพราะชาวยิวฉลาดทำการค้าเก่ง เป็นพ่อค้าผูกขาดการค้าเกลือ แต่ปัจจุบันชาวยิวส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับไปอยู่ในดินแดนแห่งพันธสัญญา (ประเทศอิสราเอล) คงเหลือประชากรชาวยิวอยู่ไม่มากนักชม ชุมชนชาวยิว Mellah เนื่องจากความเฉลียวฉลาดของชาวยิวทำให้ชาวยิวได้เข้ามามีบทบาทสำคัญทางด้านการค้าและวัฒนธรรมต่อพื้นที่ในเขตนี้ค่อนข้างมาก ชาวยิวได้รับเกียรติและอีกทั้งยังเป็นโล่ห์ป้องกันการรุกรานของชาวอาหรับในพื้นที่นี้ ที่อยู่อาศัยของชาว ยิวจะมีการก่อสร้างบ้านที่แตกต่างจากคนเมืองเก่าของโมรอกโก โดยจะมีการสร้างบ้านที่มีระเบียงและหน้าต่างที่หันหน้าออกมาทางถนน
    ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
    ที่พัก ณ ATLAS VOLUBILIS 4* หรือเทียบเท่า
     

  •   วันที่เจ็ด เมืองเมคเนส - เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส - เชฟชาอูน

    เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    นำท่าน เดินทางสู่นครสีฟ้า เชฟชาอูน (Chefchaouen) นครสีฟ้าเชฟชาอูน เมืองที่ได้ชื่อว่ามนต์เสน่ห์แห่งโมรอคโค เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี เมืองนี้เคยอยู่ใต้การปกครองของสเปน และได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ.1956 จนได้รับอิทธิพลวิถีชีวิตและภาษาสเปนในปัจจุบันนี้ ระหว่างทางผ่านเมือง เมืองเมคเนส (Meknes) ระหว่างทาง พาท่านแวะชม เมืองโบราณโรมันโวลูบิลิส (Roman city of Volubilis) ที่ปัจจุบันเหลือแต่ซากปรักหักพังที่เกิดจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในปี ค.ศ. 1755 แต่ยังคงเห็นได้ถึงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของเมืองในจักรวรรดิโรมันในอดีต อดีตเมืองโบราณแห่งจักรวรรดิโรมันแห่งนี้มีความสำคัญยิ่งในยุคศตวรรษที่ 3 และล่มสลายถูกปล่อยเป็นเมืองร้างในศตวรรษที่ 11 เมืองโรมันโบราณแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1997
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคาร
    จากนั้น เดินทางต่อสู่ เมืองเมคเนส (Meknes) หนึ่งในเมืองมรดกโลกรับรองโดยยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ.1996 อดีตเมืองหลวงในสมัยสุลต่าน มูเล อิสมาอิล (Mouley Ismail) แห่งราชวงศ์อะลาวิท (Alawite Dynasty) ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์จอมโหดผู้ชื่นชอบการทำสงครามในช่วงศตวรรษที่ 17 ด้วยทำเลที่ตั้งที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง เมกเนสจึงเป็นเมืองศูนย์กลางการผลิตมะกอก ไวน์ และพืชพรรณต่างๆ มีกำแพงเมืองล้อมรอบเมืองเก่าที่ยาวประมาณ 40 กม. ซึ่งมีประตูเมืองใหญ่โตถึง 7 ประตู เดินทางต่อสู่นครสีฟ้า เชฟชาอูน (Chefchaouen)
    ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร (The raid)
    ที่พัก ณ PARADOR HOTEL 4* หรือเทียบเท่า
     

  •   วันที่แปด เมืองเชฟชาอูน - เมืองราบัต - สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 - ป้อมอูดายา - คาซาบลังก้า - จัตุรัสยูไนเต็ดเนชั่น - สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 - ถนนคอร์นิช บูเลอวาร์ด

    เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
    จากนั้น พาชม เมืองเชฟชาอูน (Chefchaouen) เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain หรือ Er-Rif) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 540 ปี ในอดีตก่อนที่โมรอคโคจะได้รับเสรีภาพในการปกครองประเทศทั้งหมดใน ปี 1956 เมืองเชฟชาอูนเคยอยู่ใต้การปกครองของสเปนมาก่อน และจนบัดนี้ประชากรที่มีประมาณ 40,000 คน ก็ยังคงใช้ภาษาสเปนกันอย่างแพร่หลาย อากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองเชฟชาอูนได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาว ซึ่งจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนมิรู้ลืม นำท่านเดินชมเมืองเชฟชาอูน เมืองที่ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า นั่นก็เพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ ประกอบกับอากาศบริสุทธิ์และความสะอาดของเมืองได้สร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เหนื่อยล้ามาจากการตระเวนเที่ยวที่เมืองอื่นหายเหนื่อยได้ สำหรับท่านที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโค ไม่ควรพลาดเมืองเล็ก ๆ ที่บ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้าและสีขาวแห่งนี้ทีเดียว
    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ ภัตตาคาร

     

     


    จากนั้น นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองราบัต (Rabat) เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโค นำท่านชมเมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรโมรอคโคมาตั้งแต่ปีค.ศ.1956 เมื่อโมร็อคโคหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศส เป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม
    นำท่าน ชม สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (The Hassan Tower) พระอัยกา (ปู่) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่าทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝังอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสซันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183x139 เมตร นำท่านชม ป้อมอูดายา (Oudayas Fortress) ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ เป็นป้อมที่สเปนสร้างขึ้นเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมรอคโค ด้านในมีสวนดอกไม้แบบสเปน และเป็น เมดิน่า หรือชุมชนชาวเมืองซึ่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนทาทาบด้วยสีฟ้า-ขาว บรรยากาศริมทะเลคล้ายเมืองซานโตรินี นับเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สำคัญของโมรอคโคในอดีตใช้ป้องกันข้าศึกจากการรุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและในยุคที่โจรสลัดชุกชุม นำท่านออกเดินทางไปยังเมือง คาซาบลังก้า (Casablanca)
    คำว่า 'คาซา' แปลว่า บ้าน และ 'บลังก้า' แปลว่า สีขาว คาซาบลังก้า เป็นเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก และอาจรู้จักมากกว่า 'ราชอาณาจักรโมรอคโค' ด้วยซ้ำเพราะนอกจากจะเป็นเมืองท่าและเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศแล้วยังถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดเรื่อง Casablanca (โดยที่ไม่ได้ถ่ายทำในคาซาบลังก้าเลย) เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนายทหารอเมริกันและหญิงคนรัก ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้คาซาบลังก้าเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและปัจจุบันเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของโมรอคโคที่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณเกือบ 5 ล้านคน ชมเมืองคาซาบลังก้า ผ่านย่านธุรกิจสำคัญ จัตุรัสสหประชาชาติ ชมวิวทิวทัศน์ของมหาสมุทรแอตแลนติค
    นำท่าน ชม จัตุรัสยูไนเต็ดเนชั่น (United nation square) นำท่านชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสซันที่ 2 (บริเวณภายนอก) เป็นสุเหร่าที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามประณีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมรอคโคทุกแขนง สามารถจุผู้คนที่เข้าร่วมพิธีทางศาสนาอิสลามได้ร่วม 80,000 คน โดยแยกเป็นภายในสุเหร่า 25,000 คน ภายนอกสุเหร่าอีก 55,000 คน ชมทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมรอคโคที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว ชมเมืองคาซาบลังก้าผ่านย่านธุรกิจสำคัญ จัตุรัสสหประชาชาติ ผ่านชมย่านบ้านพักตากอากาศริมมหาสมุทรแอตแลนติคซึ่งเป็นย่านที่เศรษฐีและผู้มีฐานะทางสังคมนิยมมาอยู่กันรวมถึงกษัตริย์ซาอุดิอารเบียก็มาสร้างวังพร้อมทั้งมีมัสยิดและหอสมุดส่วนพระองค์ ชมวิวทิวทัศน์ของมหาสมุทรแอตแลนติก นำท่านไปยังถนนคอร์นิช บูเลอวาร์ด (Corniche Boulevard)
    ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร
    ที่พัก ณ IMPERIAL CASA 4* หรือเทียบเท่า

     

  •   วันที่เก้า คาซ่าบลังก้า - อิสตันบูล - กรุงเทพฯ

    จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ สนามบินคาซ่าบลังก้า เพื่อทำการเช็คอินสัมภาระ
    14.45 น. นําท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด เมืองโดฮา ประเทศกาต้าร์โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR1395
    ** ใช้เวลาบนิประมาณ 8 ชั่วโมง 10 นาที บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน **
     

  •   วันที่สิบ คาซ่าบลังก้า - อิสตันบูล - กรุงเทพฯ

    00.10 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติฮาหมัด เมืองโดฮา ประเทศกาต้าร์
    02.10 น. นําท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิกรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR834
    
     

  •   เงื่อนไขการจอง การยกเลิก

    เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
    กรุณาชำระเงินมัด ท่านละ 20,000 บาท พร้อมส่งสำเนาหน้าหนังสือเดินทางทางแฟ็กหรือไลน์หลังการจองภายใน3วันส่วนที่เหลือชำระทั้งหมดก่อนเดินทางภายใน30วันและส่งมอบเอกสารการเตรียมการยื่นขอวีซ่าตามที่กำหนด ***
     หมายเหตุ: อนึ่งกรุณาแฟกซ์หลักฐานการโอน หรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯทราบถึงการโอนเงินของท่านทางโทรศัพท์หากท่านไม่สามารถแฟกซ์ได้จักเป็นพระคุณยิ่ง Passport มาที่บริษัทฯกรุณาชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือล่วงหน้า 20 วันก่อนการเดินทางหากท่านไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือตามวันที่กำหนด ทางบริษัทฯ ถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยไม่มีเงื่อนไข
    ในกรณีที่ท่านโอนเงินจากต่างจังหวัด****ราคาทัวร์ดังกล่าวไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการของธนาคารนะค่ะ..
    อัตรานี้รวม
     ค่าตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-อิสตันบูล–คาซาบลังก้า – อิสตันบูล– กรุงเทพฯโดยสารการบินการ์ต้า แอร์เวย์
     โรงแรม ที่พัก 7 คืน พร้อมอาหารเช้าบุฟเฟต์
     ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการที่ระบุ
     ค่ารถโค้ช แอร์ ในการนำเที่ยวตามรายการ
     ค่าประกันอุบัติเหตุ 1,000,000 บาท (สำหรับอายุ 70 ปีขึ้นไปคุ้มครอง 50%)
     ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
     ค่าน้ำระหว่างมื้ออาหารทุกมื้อ/น้ำดื่มระหว่างวัน2ขวด/ท่าน
     ค่าวีซ่าประเทศโมรอคโค
     ค่าขี่อูฐ(หากท่านไม่ประสงค์จะขี่อูฐไม่สามารถคืนเงินได้เนื่องจากเป็นการสมนาคุณจากบริษัท)
    อัตรานี้ไม่รวม
     ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอาทิ ค่าซักรีด, โทรศัพท์-แฟกซ์, เครื่องดื่มมินิบาร์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ไม่ได้ระบุในรายการ
     ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %
     ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น 3 เหรียญดอล่าร์และคนขับรถ 3 เหรียญดอล่าร์ ต่อคน/ต่อวัน คิดรวม 50 เหรียญต่ท่านตลอดทริป
     ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ขึ้นอยู่กับการบริการและความพอใจของท่าน
    การยกเลิก
    1. แจ้งยกเลิก 45 วัน ขึ้นไปก่อนการเดินทาง คืนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ** กรณีวันเดินทางตรงกับช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่ว่าวัน ใดวันหนึ่งทางบรษัทขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการเดินทางไม่น้อยกว่า 55 วัน**
    2. แจ้งยกเลิกการเดินทางภายใน 30 วัน ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนค่ามัดจำทัวร์ในทุกกรณี
    3. แจ้งยกเลิกการเดินทางภายใน 25 วัน คิดค่าใช้จ่าย ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินค่าทัวร์ทั้งหมดในทุกกรณี
    4. ยกเว้นกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุดหรือเทศกาลที่ต้องการันตีมัดจำกับสายการบินหรือกรุ๊ปที่มีการการันตีค่ามัดจำห้องพักโดยตรงหรือผ่านตัวแทนในต่างประเทศและที่อาจขอเงินคืนได้ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษเช่น EXTRA FLIGHT และ CHARTER FLGIHT จะไม่มีการคืนเงินเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดเนื่องจากค่าจากค่าตั๋วเป็นการเหมาจ่ายในเที่ยวบินนั้นๆ

     


     

ติดต่อเรา

SDTY-TOUR.COM

ชั้น 5 ห้อง 502 อาคาร เอส แอนด์ บี ทาวเวอร์(S & B Tower) เลขที่ 68-68/6 ถ.ปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม 10500

admin@sdty-tour.com

02-2352434 , 02-2352535 , 02-2352636 , 085-5039888

เวลาทำการ:
จันทร์ - ศกร์ (8:30-17:30)

ทัวร์ต่างประเทศ

ทัวร์ในประเทศ


© 2019 SDTY TOUR CO.,LTD. All Rights Reserved. เขียเว็บโดย Webunique

Top

About

Contact

Call