ใบอนุญาต 11/07420
@sdtytour     02-2352534 , 085-5039888     จันทร์-ศุกร์ 8:30-17:30 น

PJP33B Pro Hokkaido Snow Festival

ช่วงเวลาการเดินทาง

ช่วงวันที่เดินทาง: ผู้ใหญ่
30 ม.ค 2563 - 04 ก.พ. 2563 49,999 บาท 49,999 บาท 63,899 บาท จอง
05 ก.พ. 2563 - 10 ก.พ. 2563 53,999 บาท 53,999 บาท 67,899 บาท จอง

รายละเอียดการเดินทาง

  •   วันที่ 1 กรุงเทพ - สนามบินสุวรรณภูมิ

    20.30 น.      คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาระหว่างประเทศชั้น4 สนามบินสุวรรณภูมิ ประตูทางเข้าหมายเลข 2 เคาน์เตอร์เช็คอิน D สายการบินไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทรอให้การต้องรับ พร้อมทั้งแจกเอกสารในการเดินทางและอำนวยความสะดวก

     
    23.45 น.      ออกเดินทางสู่ สนามบินชิโตเซ่ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG670
    (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 6.50 ชั่วโมง)
  •   วันที่ 2 ชิโทเสะ – โนโบริเบ็ตสึ – หุบเขานรกจิโกกุดานิ – เมืองฮาโกดาเตะ - นั่งกระเช้าชมวิว ณ ภูเขาฮาโกดาเตะ - ชม Illumination Hakodate

    08.30 น.      เดินทางถึงสนามบินชิโทเซ่ เกาะฮอกไกโด หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองแล้ว (เวลาที่ญี่ปุ่น เร็วกว่าเมืองไทย 2 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อความสะดวกในการนัดหมายเวลา)

    ***สำคัญมาก!! ประเทศญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้นำอาหารสด จำพวก เนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เข้าประเทศ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับและจับ ***
    นำทางสู่ เมืองโนโบริเบ็ตสึ สถานตากอากาศและน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงที่สุดของเกาะฮอกไกโด ซึ่งมีน้ำร้อนที่แตกต่างกัน 11 ชนิด นับเป็นน้ำร้อนที่ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดของญี่ปุ่น ภายในเมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยโรงแรม และที่พักสไตล์ญี่ปุ่นเรียวกังมากมาย นำท่านชม จิโกกุดานิ หรือ หุบเขานรก ซึ่งเกิดจากภูเขาไฟที่ยังไม่ดับถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันและกลิ่นของกำมะถัน ชมบ่อน้ำพุร้อนและบ่อโคลนเดือดอันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยังคงอยู่
     
    เที่ยง            รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (1)
                       นำท่านเดินทางสู่ เมืองฮาโกดาเตะ (Hakodate) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของภูมิภาคฮอกไกโด ตั้งอยู่ปลายสุดทางตอนใต้ของเกาะ มีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ที่สวยงามของภูเขาฮาโกดาเตะ และอาหารทะเลสดใหม่ ในอดีตเป็นเมืองหนึ่งที่มีท่าเรือสำหรับเปิดการค้าระหว่างประเทศในช่วงหลังจากยุคแยกประเทศ เมืองฮาโกดาเตะได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก มีย่านที่อยู่อาศัยของชาวต่างประเทศ และป้อมสไตล์ตะวันตก จากนั้นนำท่าน นั่งกระเช้า เดินทางสู่ ยอดเขาฮาโกดาเตะ (Mount Hakodate) มีความสูง 334 เมตร ตั้งอยู่ในป่าทางตอนใต้ของปลายคาบสมุทรใกล้ใจกลางเมืองฮาโกดาเตะ ในวันที่ท้องฟ้าโปร่งทั้งกลางวันและกลางคืน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงาม นับเป็นจุดชมวิวติดอันดัน 1 ใน 3 สถานที่ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น ร่วมกับภูเขาอินาซะ (Mount Inasa) ที่นางาซากิ (Nagasaki) และภูเขารอคโค (Mount Rokko) ที่โกเบ (Kobe) บนยอดเขามีจุดชมวิวมีร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายของที่ระลึก จากนั้นนำท่านชม การประดับไฟในฮาโกดาเตะ (Hakodate Illumination) ด้วยถนนที่สวยแปลกตาและสว่างไสวไปด้วยดวงไฟประดับกว่า 50,000 ดวง คุณจะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพยามค่ำคืนที่งดงามราวกับความฝันซึ่งหาไม่ได้ที่ไหนนอกจากฤดูหนาวที่ฮาโกดาเตะ ต้นไม้ที่ปลูกในบนเนินถนน เช่น ฮาจิมังซากะ และนิจุกเค็นซากะ จะถูกประดับด้วยดวงไฟ ซึ่งจะเปล่งประกายระยิบระยับยิ่งกว่า ในวันที่หิมะเพิ่งตกจนกองสูงบนพื้น ไฟที่ประดับตามต้นไม้จะเปิดตั้งแต่เวลา 17.00 น. ไปจนถึง 22.00 น. คุณควรสวมเสื้อผ้าหนาๆ ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นตามท้องถนน เมื่อเดินทางไปชมโบสถ์ประดับไฟ ศาลาประชาคม และบริเวณอ่าว
     
    เย็น              รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารของโรงแรม (2)
    พักที่            Hakodate Hotel หรือระดับเดียวกัน
  •   วันที่ 3 ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ – ป้อมโกเรียวคาคุ – ย่านเมืองเก่าโมโตมาจิ – โกดังอิฐแดง – ลิงแช่ออนเซ็น – อุโมงค์ไฟโทยะ

    เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (3)

    นำท่านไปยัง ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (Hakodate Morning Market) มีพื้นที่ประมาณ 4 ช่วงตึก เปิดเปิดเป็นประจำทุกวัน ตั้งแต่ตอนเช้าตีห้าถึงเที่ยงตรง ในตลาดจะจำหน่ายอาหารทะเลสด เช่น ปูอลาสก้า ไข่ปลาแซลม่อน และหอยเม่นทะเล พร้อมทั้งผลไม้ตามฤดูกาล บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารหลายร้าน เมนูที่นิยมที่สุดคือ Uni-Ikura Domburi (ข้าวเสิร์ฟพร้อมหอยเม่นทะเลและไข่ปลาแซลม่อน)
    พาท่านเดินทางสู่ ป้อมโกเรียวคาคุ (ราคาทัวร์ไม่รวมค่าลิฟต์ขึ้นหอคอย)เป็นป้อมปราการแบบตะวันตกที่สร้างเสร็จเมื่อ 150 ปีมาแล้ว วิวมุมกว้างอันงดงามของป้อมปราการรูปดาวและคูป้อมโดยรอบจะปรากฏแก่สายตาของผู้ชมจากลานสังเกตการณ์ของหอคอยโกเรียวคาคุที่มีความสูง 107 เมตร ซึ่งอยู่ติดกับตัวป้อม คูป้อมรายล้อมไปด้วยต้นซากุระกว่า 1,600 ต้น ทำให้หอคอยโกเรียวคาคุกลายเป็นจุดชมซากุระลำดับต้นๆ ของฮอกไกโดในช่วงฤดูใบไม้ผลิในฤดูร้อน คูป้อมจะรายล้อมไปด้วยความเขียวชอุ่ม ซึ่งเปลี่ยนเป็นสีสันเจิดจ้าจากใบไม้สีแดงสดในฤดูใบไม้ร่วง ก่อนจะถูกปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว เกิดเป็นทิวทัศน์ที่งดงามเกินบรรยายในทุกๆ ฤดูกาล
    แล้วนำท่านเดินชมเมืองที่ ย่านเมืองเก่าโมโตมาจิ (Motomachi District) แต่ก่อนบริเวณท่าเรือเมืองฮาโกดาเตะ เป็นท่าเรือแรกที่เปิดให้มีการค้าระหว่างประเทศในปี 1854 ในช่วงสิ้นสุดยุคญี่ปุ่นแบ่งแยก ดังนั้นทำให้มีผู้ค้าจำนวนมากจากรัสเซีย จีน และชาติตะวันตก ได้ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่ในเมืองฮาโกดาเตะแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันยังคงมีอาคารสไตล์ตะวันตกและสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ห้องโถงอนุสรณ์สไตล์จีน, ศาลาประชาคมฮาโกดาเตะ, โบสถ์รัสเซียออโธด็อกซ์, สถานกงสุลอังกฤษเก่า, บ้านเก่าตระกูลโซมะ, วัดฮิงาชิฮอนงันจิ สาขาเมืองฮาโกดาเตะ, โบสถ์อิปิสโคปัล,โบสถ์โมโตมาจิโรมันคาธอลิค
    นำท่านชม โกดังอิฐแดงริมน้ำ (Red Brick Warehouses) ได้ปรับปรุงมาจากคลังสินค้าอิฐสีแดงที่เคยใช้ค้าขายในปลายสมัยเอโดะ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำของอ่าวฮาโกดาเตะ ศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และสถานบันเทิงที่ให้บรรยากาศเก่าๆ นอกจากร้านขายของที่ระลึกที่ทันสมัย เสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และร้านขนมหวานแล้ว ยังมีร้านอาหาร ลานเบียร์ โบสถ์สำหรับจัดพิธีแต่งงาน และบริการล่องเรือเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของอ่าวฮาโกดาเตะอีกด้วย
     
    เที่ยง          รับประทานอาหารเที่ยงแบบ JAPANESE SET (4)
    นำท่านชม ลิงแช่บ่อน้ำร้อน ณ สวนพฤกษศาสตร์เขตร้อนฮาโกดาเตะ อยู่ในตรอกน้ำพุร้อนยุโนะคาวะ ซึ่งมีลิงญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากมาย ในฤดูหนาว สระจะเต็มไปด้วยน้ำพุร้อน ท่านจะได้เห็นลิงน้อยใหญ่แช่น้ำร้อนอย่างมีความสุข มันช่างเป็นภาพที่ช่างน่าเอ็นดู โดยเฉพาะในวันที่มีหิมะตก หลังจากนั้นเดินทางไปยัง ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) ในช่วงฤดูหนาวนั้นเมืองโทยะ (Toya) นั้นก็มีการประดับประดาด้วยหลอดไฟจำนวนกว่า 12,000 ดวงตามถนนจากเมืองอนเซ็นไปยังริมฝั่งทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) เรียกว่า ถนนประดับไฟ (Illumination Street) อยู่ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไปที่ ลานนิงิวะอิฮิโรบะ (Nigiwai Hiroba) ใจกลางเมืองออนเซ็นก็จะได้เห็น อุโมงค์ประดับไฟ (Illumination Tunnel) อีกด้วย อุโมงค์ที่สว่างไสวระยิบระยับไปตลอดระยะทางราว 70 เมตรด้วยหลอดไฟ LED จำนวนกว่า 400,000 ดวงนี้
     
    เย็น             รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารของโรงแรม (5)
    พักที่            TOYA HOTEL หรือระดับเดียวกัน
    อิสระให้ท่านอาบน้ำแร่รวมแบบญี่ปุ่น (ออนเซน)
  •   วันที่ 4 ลานสกี Rusutsu Ski Resort – โอตารุ – พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรี - โรงเป่าแก้วคิตาอิชิ – โรงงานช็อคโกแลต - DUTY FREE – ซัปโปโร - ชมงาน Sapporo White Illumination

    เช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (6)

    นำท่านเดินทางสู่ Rusutsu Ski Resort เป็นลานสกีเพียงแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่มีความยาวถึง 42 กิโลเมตร และใช้กอนโดล่า (กระเช้า) ต่อกันถึง 4 ตัว มีร้านอาหาร บ่อน้ำร้อน สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจครบครัน แถมภายในรีสอร์ทยังมีความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ให้ท่านอิสระเพลิดเพลินกับกิจกรรมลานสกี
    (ค่าทัวร์ไม่รวมค่าเช้าชุดและอุปกรณ์ต่างๆ http://ski-rusutsu.com/)
    หมายเหตุ :   กรณีที่ลานสกี RUSUTSU ปิด หรือ มีเหตุขัดข้องทำให้ไม่สามารถเข้าไปเล่นหรือทำกิจกรรมใดๆ ได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนเป็นไปลานสกีใกล้เคียงหรือ ลานสกีที่อยู่ในเส้นทางทัวร์
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโอตารุ เมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองในฐานะที่เป็นเมืองค้าขาย ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึง 20 และยังเป็นเมืองมีชื่อเสียงเกี่ยวกับการทำเครื่องแก้วที่สวยงาม และมีสไตล์รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ นำท่านชม คลองโอตารุ สัญลักษณ์ของเมืองโอตารุที่ได้รับความนิยมถ่ายภาพ มีฉากหลังเป็นหลังคาอาคารก่ออิฐแดง โดยคลองโอตารุสร้างเสร็จในปี 1923 ถือว่าเป็นคลองที่เกิดจากการถมทะเล ใช้เป็นเส้นทางขนถ่าย สินค้าจากเรือใหญ่ ลงสู่เรือขนถ่าย แล้วนำสินค้ามาเก็บไว้ภายในโกดัง แต่ภายหลังได้เลิกใช้และถมคลองครึ่งหนึ่งทำเป็นถนนหลวงสาย 17 ส่วนที่เหลือไว้ครึ่งหนึ่งก็ได้ทำการปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งยังปรับปรุงทางเดินเลียบคลองด้วยอิฐสีแดง อิสระให้ท่านรูปเป็นที่ระลึก อิสระให้ท่านรูปเป็นที่ระลึก จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองโอตารุตามอัธยาศัย เช่น พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีและเครื่องแก้ว ที่รวบรวมกล่องดนตรีและเครื่องแก้วอันงดงามและหายากไว้มากมาย ท่านสามารถเลือกซื้อและเลือกชมสินค้าพื้นเมืองงานฝีมือต่าง ๆ อาทิเช่น ตุ๊กตาแก้ว ชาม แก้ว โคมไฟ เพลิดเพลินไปกับร้านขายกล่องดนตรี ซึ่งมีกล่องดนตรีขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ โดยท่านสามารถเลือกเพลงต่างๆ ได้ด้วยตัวของท่านเอง ร้านขายเครื่องแก้ว ที่มีตั้งแต่กระดิ่งแก้วอันจิ๋วไปจนถึงโคมระย้า ร้านขายขนมอบต่างๆ ที่ท่านสามารถชิมตามใจชอบโดยเฉพาะ ร้าน KITAKARO ซึ่งมีขนมแบบอบจากเตาสดๆ ใหม่ๆ ให้อร่อยจนลืมอ้วนกันเลยทีเดียว และเหมาะที่จะซื้อของฝากเป็นอย่างดี และยังมีอีกหนึ่งร้านที่ท่านต้องมีเวลากับร้านนี้ คือ
    ร้าน LeTAO ร้านชีสเค้กแสนอร่อย ด้วยบรรยากาศในร้านตกแต่งด้วยไม้ที่แสนอบอุ่น ขับกล่อมด้วยเพลงสากลแบบมิวสิคบ๊อกซ์
     
    เที่ยง            รับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (7)
    นำท่านเดินทางสู่ โรงงานช็อคโกแลต ISHIYA ชมขั้นตอนการทำชอคโกแลตที่ขึ้นชื่อของเมืองซัปโปโร โดยเฉพาะ SHIROI KOIBITO ขนมสอดไส้ช็อคโกแลตขาวที่เป็นที่นิยมทั่วทั้งเกาะ ฮอกไกโด (อิสระให้ท่านถ่ายรูปบริเวณด้านนอก ไม่รวมตั๋วค่าเข้าชมภายใน)  นำท่านสู่ JTC DUTY FREE อิสระให้ท่านเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี เช่น เสื้อผ้า น้ำหอม ตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านเที่ยวชม เทศกาลประดับไฟฤดูหนาวซัปโปโร ไวท์ อิลลูมิเนชัน (Sapporo White Illumination) นับเป็นเทศกาลที่สร้างสีสันให้กับฤดูหนาวของซัปโปโร (Sapporo) ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโด (Hokkaido) และเป็นเทศกาลประดับไฟที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 1981 โดยในครั้งแรกนั้นใช้หลอดไฟจำนวนประมาณ 1,000 หลอด และ 37 ปีต่อมาก็เพิ่มจำนวนหลอดไฟมากขึ้นถึงกว่า 780,000 ดวงเลยทีเดียว สถานที่จัดงานอยู่บริเวณสวนสาธารณะโอโดริ (Odori Park) มีการจัดแสดงชิ้นงานมากมายหลากหลายแบบทั้งที่แสดงถึงธรรมชาติอันงดงามของฮอกไกโด
     
    เย็น              รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร (8) ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ไลน์อาหารก็มีมากมายหลายชนิดที่มีให้เลือก โดยเฉพาะอาหารทะเลทั้งหลายที่สดมากๆ ตั้งแต่หอยนางรม หอยเชลล์ หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยตลับ กุ้งก้ามกราม กุ้งแม่น้ำ กั้ง ปลาไข่ ปลาแซลมอน และไฮไลท์ที่ชาวไทยรอคอย คือ ปู ฮอกไกโด 3 ชนิด ได้แก่ ขาปูยักษ์ ปูหิมะชื่อดัง และปูขนตัวใหญ่ // สำหรับคนรักอาหารโปรตีน จะมีเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว และเนื้อแกะ ให้บริการ
    พักที่            Mystays Sapporo Susukino หรือระดับเดียวกัน
  •   วันที่ 5 อิสระช้อปปิ้งหรือท่องเที่ยวงาน Sapporo Snow Festival

    เช้า               รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (9)               

                       อิสระให้ท่านท่องเที่ยวในเมืองซัปโปโรตลอดทั้งวัน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายที่ โดยท่านสามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือ ช้อปปิ้งตามแหล่งต่างๆ
                       อดีตอาคารที่ว่าการของฮอกไกโด (ตึกอิฐแดง) เป็นตึกสไตล์นีโอบารอค มีลักษณะพิเศษ  ที่มีหลังคายอดแหลมและกรอบหน้าต่างเป็นเอกลักษณ์ เปรียบเสมือนอนุสาวรีย์การบุกเบิกของฮอกไกโด ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
                       หอนาฬิกาประจำเมือง (CLOCK TOWER) เป็นหอนาฬิกาที่ดำรงอยู่ในฐานะสัญลักษณ์ของซัปโปโร มีหน้าปัดนาฬิกาทั้งสี่ด้านที่ทำจากอเมริกา ปัจจุบันถือเป็นหอนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นสถานที่นักท่องเที่ยวทั่ว  โลกรู้จัก และนิยมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
                       ตลาดปลาโจไก (Sapporo Jogai Market) ประกอบด้วยร้านค้า และร้านอาหารกว่า 80 ร้าน เรียงรายตลอดบล็อกขึ้นไปนอกตลาดขายส่งซัปโปโร เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมือง ร้านค้าต่างๆ จำหน่ายอาหารทะเล เช่น ปู หอยเม่นทะเล ไข่ปลาแซลมอน ปลาหมึก และหอยเชลล์ ผลผลิตอื่น ๆ ในท้องถิ่น เช่น ข้าวโพด แตงโม และมันฝรั่งตามฤดูกาล ราคาก็เหมาะสม อาหารท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อคือ Donburi
                       สวนสาธารณะโอโดริ (Odori Promenade)   ซึ่งเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจ กลางเมืองซัปโปโร มีความยามถึง 1.5 กิโลเมตร บริเวณเกาะกลางมีสวนหย่อมขนาดใหญ่ และยังเป็นที่ตั้งของหอคอยส่งสัญญาณซัปโปโร
    ย่านซูซูกิโนะ (Susukino) ที่ย่านกินดื่มที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร มั่งคั่งด้วยร้านค้าและแวดล้อมไปด้วยร้านอาหารแยะเต็มไปหมด แต่สำหรับราเมน แนะนำต้องไปที่ซอยนี้คือ “Ramen Yokocho” เป็นซอยราเมน สามารถเลือกร้านตามความชอบ ทั้งชนิดเส้นราเมนน้ำซุปรสชาติและเครื่องเคราต่าง ๆ หรือ อิสระเที่ยวชมงาน SAPPORO SNOW FESTIVAL (เทศกาลหิมะซัปโปโร) คือ งานเทศกาลหิมะและน้ำแข็ง ที่จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีใน เมืองซัปโปโรของฮอกไกโด งานเทศกาลนี้มีอายุกว่า 70 ปีแล้ว ภายในงานมีไฮไลท์อยู่ที่การจัดแสดงประติมากรรมหิมะเล็กใหญ่มากมายกลางเมือง ซึ่งนับเป็นงานอีเว้นท์ประจำฤดูหนาวที่ใหญ่ที่สุดที่มีผู้คนจากทั่วโลกเดินทางมาเข้าร่วมงานกว่า 2,600,000 คนเลยทีเดียว และที่เป็นข่าวใหญ่ทุกปีคือกลุ่มคนไทยที่ชนะการแข่งขันประกวดประติมากรรมหิมะภายในงานมาอย่างต่อเนื่อง  ธีมของประติมากรรมหิมะจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี โดยมีขอบเขตกว้างมากตั้งแต่สถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ อย่างสถาปัตยกรรมชื่อดังระดับโลกและปราสาทญี่ปุ่นไปจนถึงตัวการ์ตูนจากอนิเมะ ประติมากรรมหิมะบางชิ้นมีความสูง 15 เมตร กว้าง 25 เมตรเลยทีเดียว ลานจัดงาน Odori (โอโดริ) คือ ลานจัดงานภายในสวนโอโดริ ตั้งอยู่กลางเมืองซัปโปโรทอดยาวจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก จัดแสดงประติมากรรมหิมะขนาดยักษ์ตลอดเส้นทางยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร แถมยังมีไลท์อัพประดับไฟตอนกลางคืนด้วย เราจึงสามารถเดินชมได้ตลอดทั้งวันไม่มีเบื่อ
     
    เย็น              อิสระรับประทานอาหารเย็นตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านใช้เวลาอย่างคุ้มค่า
    พักที่            Mystays Sapporo Susukino หรือระดับเดียวกัน
  •   วันที่ 6 สนามบินชิโตเสะ - สนามบินสุวรรณภูมิ

    เช้า              รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม (10)

    นำทานเดินทางสู่สนามบินชิโทเซ่ เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ตรวจเช็คเอกสารและสัมภาระ
     
    10.00 น.      ออกเดินทางจากเมืองซัปโปโร กลับกรุงเทพฯ โดยสายบินไทย เที่ยวบินที่ TG671
    (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 8.30 ชั่วโมง)*บริการอาหารร้อน และเครื่องดื่มบนเครื่อง*
     
    15.30 น.      เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
  •   เงื่อนไขการจอง / ยกเลิก

    อัตราค่าบริการรวม

    - ค่าตั๋วเครื่องบินโดยสารชั้นประหยัด รวมภาษีสนามบินและธรรมเนียมเชื้อเพลิง
    - ค่าที่พักห้องคู่ (2-3 ท่าน) ดังที่ระบุในรายการหรือระดับเดียวกัน
    - โรงแรมที่พักตามที่ระบุ หรือเทียบเท่า (พัก 2-3 ท่าน/ห้อง)
    - ค่าอาหาร ดังที่ระบุในรายการ
    - ค่าเข้าชม ดังที่ระบุในรายการ
    - ค่ารถนำเที่ยว ดังที่ระบุในรายการ
    - ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการเดินทาง วงประกันท่านละ 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรรมธรรม์)
     
    อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
    - ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้เดินทาง อาทิ ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม        ค่าซักรีด ค่ามินิบาร์ในห้องและค่าพาหนะต่างๆ ที่มิได้ระบุในรายการ
    - ค่าธรรมเนียมวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น กรณีประกาศให้กลับมายื่นร้องขอวีซ่าอีกครั้ง (เนื่องจากทางญี่ปุ่นได้ประกาศยกเว้นการยื่นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่นให้กับคนไทยสำหรับผู้ที่ประสงค์พำนักระยะสั้นในประเทศญี่ปุ่นไม่เกิน 15 วัน)
    - หากในภายหลังทางรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้ยื่นวีซ่าตามเดิม ผู้เดินทางจะต้องจ่ายเพิ่ม 2,000 บาท สำหรับการยื่นร้องขอวีซ่า
    - ค่าธรรมเนียมในกรณีที่กระเป๋าสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินนั้นๆกำหนดหรือสัมภาระใหญ่เกินขนาดมาตรฐาน
    - ค่าภาษีน้ำมัน ที่สายการบินเรียกเก็บเพิ่ม ภายหลังจากทางบริษัทฯได้ออกตั๋วเครื่องบินไปแล้ว
    - ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระ ที่หนักเกินสายการบินกำหนด (ปกติ ขาไป 20 กก. // ขากลับ 20 กก.)
    ค่าทิปคนขับรถ และไกด์ท้องถิ่น(ถ้ามี) ท่านละ 2,000 บาท/ทริป ชำระที่สนามบินในวันเช็คอิน (ค่าทิปหัวหน้าทัวร์แล้วแต่ความพึงพอใจของท่าน)
    - ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 % และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 % (กรณีต้องการใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี)

    เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง
    - กรุณาจองล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วันก่อนการเดินทาง และกรุณาเตรียมเงินมัดจำ 20,000 บาท พร้อมกับเตรียมเอกสารส่งให้เรียบร้อย ภายใน 2-3 วัน หลังจากทำการจองแล้ว
    - การชำระค่าทัวร์ส่วนที่เหลือทางบริษัทฯ จะเรียกเก็บก่อนเดินทางไม่น้อยกว่า 30 วัน ท่านควรจัดเตรียมค่าทัวร์ให้เรียบร้อยก่อนกำหนด เนื่องจากทางบริษัทต้องสำรองค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าที่พักและตั๋วเครื่องบิน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
    - หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รวมถึงการล่าช้าของสายการบินระหว่างประเทศ
    - หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกในการเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4 - 5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด
     
    กรณียกเลิกการเดินทาง
    ไม่สามารถยกเลิกได้ เนื่องจากเป็นราคาโปรโมชั่น และขอเก็บเงินทั้งหมด (แต่สามารถเปลี่ยนชื่อผู้เดินทางได้ตามกำหนดของแต่ละสายการบินก่อน 7 วันของการเดินทาง)

ติดต่อเรา

SDTY-TOUR.COM

ชั้น 5 ห้อง 502 อาคาร เอส แอนด์ บี ทาวเวอร์(S & B Tower) เลขที่ 68-68/6 ถ.ปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กทม 10500

admin@sdty-tour.com

02-2352434 , 02-2352535 , 02-2352636 , 085-5039888

เวลาทำการ:
จันทร์ - ศกร์ (8:30-17:30)

ทัวร์ต่างประเทศ

ทัวร์ในประเทศ


© 2019 SDTY TOUR CO.,LTD. All Rights Reserved. เขียเว็บโดย Webunique

Top

About

Contact

Call